มีกลุ่มคนไทยจำนวนไม่น้อยถูกหลอกไปทำงานประเทศกัมพูชา สุดท้ายกลายเป็นเหยื่อโดนขู่บังคับกดขี่ “หน่วงเหนี่ยวกักขัง” แทบไม่เห็นเดือนเห็นตะวันนานแรมปีเหมือนคนไทยกลุ่มหนึ่งหลงเชื่อโพสต์ประกาศหาคนงานผ่าน “เพจเฟซบุ๊ก” ให้ไปทำงานการตลาดทำหน้าที่แอดมิน ตอบแชตลูกค้า เกี่ยวกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ของจีน มีรายได้ค่าตอบแทน ตลอดจนสวัสดิการอย่างดีเอาเข้าจริงไม่ต่างเผชิญอยู่ใน “ขุมนรก” ทั้งเป็นค่าตอบแทนไม่ตรง แถมยังโดนทำร้ายร่างกาย ใช้ชีวิตอยู่แค่ที่ทำงาน ห้องกินข้าว และห้องนอน มียามรักษาความปลอดภัยเฝ้ารอบตึกอย่างเข้มงวดทุกคนล้วนหวาดผวาไม่รู้อนาคตตัวเอง ต้องแอบวิดีโอคอลหาสื่อมวลชนในเมืองไทย“ขอเพียงแค่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยื่นมือเข้ามาช่วย แล้วพอกลับไปที่ประเทศไทยจะโดนดำเนินคดีอะไรก็ยอม แค่ไม่อยากตายอยู่ที่นี่”พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. ได้รับการประสานข้อมูล รีบมอบหมาย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม. เลือกใช้งาน พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก. (สอบสวน) บก.สส.สตม. ผู้มีสายสัมพันธ์ส่วนตัวกับทางการกัมพูชาก่อนติดต่อ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เลาหพิบูลย์กุล รอง ผบก.ตท. ปฏิบัติหน้าที่กงสุลตำรวจ ประจำประเทศกัมพูชา เร่งช่วยเหลือเหยื่อคนไทยออกจาก กาสิโนออนไลน์ กลางกรุงพนมเปญในที่สุดทางการกัมพูชาให้ความร่วมมือเข้าตรวจค้นแหล่งกักขังคนไทยไปใช้ “แรงงานโหด” จนช่วยเหลือกลุ่มที่ถูกหลอกจำนวน 23 ชีวิตออกมาได้อย่างปลอดภัยอยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการส่งตัวกลับมายังประเทศไทยเพราะความตั้งใจทำหน้าที่อย่างจริงจังของตำรวจสืบสวนตรวจคนเข้าเมือง.สหบาท