ปฏิบัติการ “สอบสวนกลางกวาดล้างปืนเถื่อน” (CIB Ghost Guns Operation) ที่ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. นำตำรวจ บช.ก. ในสังกัดกว่า 1,000 นาย เข้าตรวจค้นเป้าหมายเกี่ยวกับอาวุธปืน 126 จุด ในพื้นที่ทั่วประเทศจับกุมผู้กระทำความผิด 51 ราย เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีอาวุธปืน 3 ราย ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีอื่นๆ 2 ราย และผู้กระทำความผิด เกี่ยวกับอาวุธปืนและยาเสพติด 46 รายของกลางกว่า 1,000 รายการแบ่งเป็นอาวุธปืนทั่วไป 214 กระบอก อาวุธปืนสงคราม 4 กระบอก และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 35 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ อีก 3,562 นัด และอุปกรณ์ส่วนควบ หรืออุปกรณ์เสริมประสิทธิภาพอาวุธปืนอีกกว่า 700 รายการการเข้ากดดันตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทุกจังหวัดของทุกหน่วยในสังกัด บช.ก. ตามนโยบายของ พล.ต.ท.จิรภพ ซึ่งถนัดงานสืบสวน ปราบปราม และงานความมั่นคง ต้องการใช้ศักยภาพของทุกหน่วยในสังกัด บช.ก. เพื่อร่วมกันหยุดยั้งคดีอาชญากรรมรุนแรง เริ่มต้นจากการปิดล้อมตรวจค้นอาวุธปืนในพื้นที่ทุกจังหวัดเบื้องหลังการเปิดยุทธการครั้งนี้ของตำรวจสอบสวนกลางน่าสนใจทีเดียวกับ “โมเดล” การทำงานของตำรวจสอบสวนกลางในยุค พล.ต.ท.จิรภพ อดีต ผบก.ป. จะเน้นการปราบปรามอาชญากรรมเป็นหลักจะมุ่งเน้นไปที่คดีที่มีความสำคัญเกี่ยวพันซับซ้อน หรืออาชญากรรมความรุนแรงทุกประเภทที่ส่งผลกระทบต่อสังคม หรือความมั่นคงของประเทศเป้าหมายกดดันกลุ่มผู้มีอิทธิพล กลุ่มที่เป็นภัยสังคม รวมถึงอาชญากรรมเฉพาะทางโดยการทำงานให้กองปราบปรามเป็นหลัก เป็นพี่เลี้ยงในการบูรณาการร่วมกับตำรวจทุกหน่วยในสังกัด ทั้ง ตำรวจทางหลวง ตำรวจน้ำ ตำรวจป่าไม้ ตำรวจคอมมานโด ตำรวจ ปคบ. ปทส. ปอศ. ปอท. และ ป.ป.ป.ผบก.ทุก บก.ร่วมปฏิบัติการภาพของ พล.ต.ท.จิรภพ ผบช.ก. คนใหม่ ยืนแถลงข่าวจับอาวุธปืนกว่า 1,000 รายการ พร้อมกับ ผบก.ทุกคนในสังกัด บช.ก. หลังร่วมกัน เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นทั่วประเทศแสดงถึงความเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวขององค์กร พร้อมที่จะซ้ายหันขวาหัน ทำในสิ่งที่ถูกต้องเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังอาชญากรรม ตำรวจสอบสวนกลาง “โมเดลใหม่”ทำงานเป็นทีม เป็นระบบ ไปในทิศทางเดียวกัน เน้นปราบปรามอาชญากรรมด้วยคำว่า “ทีมตำรวจสอบสวนกลาง”“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th