ในสถานการณ์ฟ้าฝนไม่แน่นอน อันเกิดจากสาเหตุหลัก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โลกร้อน ภาคเกษตรควรเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้น้ำอย่างไรเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลานายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า นอกจากปัญหาสภาพอากาศไม่แน่นอน ปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก วิธีการใช้น้ำของเกษตรกรยังขาดประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการสูญเสียน้ำไปในบางส่วน รวมทั้งมีการออกแบบติดตั้ง ใช้งานระบบน้ำอย่างไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ทำให้เกิดปัญหา อาทิ หัวจ่ายน้ำอุดตัน แรงดันน้ำไม่เหมาะสม ทำให้มีค่าใช้จ่าย สูงกว่าที่ควรจะเป็น รวมทั้งขาดความเข้าใจในการใช้และดูแลรักษา เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้น้ำได้อย่างเหมาะสมตามความต้องการของพืชอย่างรู้คุณค่าและมีประสิทธิภาพ เพื่อรับมือกับสภาพฟ้าฝนที่ไม่แน่นอน กรมส่งเสริมการเกษตรมีข้อแนะนำดังนี้1.ใช้น้ำอย่างประหยัด หลีกเลี่ยงวิธีการให้น้ำแบบท่วมขัง หรือเกินความ ต้องการของพืช จะช่วยลดการสูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์ได้ อีกทั้งหลีกเลี่ยงการเกิดโรครากเน่าในพืชบางประเภท2.รักษาความชื้น ลดการคายน้ำของพืชด้วยวิธีเขตกรรม เช่น ใช้วัสดุคลุมดินที่โคนต้น หรือแปลงเพาะปลูก ปรับปรุงบำรุงดินให้มีโครงสร้างเหมาะสมกับการอุ้มน้ำและความชื้น โดยการพรวนดินและใส่ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยเคมีให้เหมาะสมกับความต้องการของพืช ระวังป้องกันสภาพแวดล้อมของแปลงปลูก เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียความชื้นได้ง่าย เช่น พรางแสงเพื่อลดความเข้มของแสง หรือการปลูกไม้บังลม และตัดแต่งกิ่งเพื่อลดการคายน้ำ 3.ควบคุมความชื้นในแปลงเพาะปลูกช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีฝนตกชุก หรือช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง เพื่อเป็นการป้องกันน้ำขัง จะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาโรคพืชที่มีสาเหตุจากเชื้อรา หรือรากพืชขาดอากาศเน่าตาย และต้นพืชหรือผลผลิตเสียหาย โดยในกรณีสภาพพื้นที่เป็นดินเหนียวจัด ให้ปรับปรุงโครงสร้างดินให้ระบายน้ำได้ดีขึ้นด้วยปุ๋ยอินทรีย์สำหรับไม้ผลควรให้ดินโคนต้น (หลุมปลูก) ยกสูงขึ้นเป็นเนินเต่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ดินเหนียว เพื่อป้องกันน้ำขัง ส่วนในแปลงพืชไร่-พืชผัก ควรให้หน้าดินบนแปลงมีลักษณะราบเรียบไม่เป็นแอ่ง เพื่อไม่ให้น้ำขังได้ง่าย ใช้วัสดุคลุมดินบริเวณโคนต้นพืช แต่ต้องให้มีแสงแดดส่องถึงโคนต้น เพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นสูงเกินไป และตัดแต่งกิ่งเพื่อให้ทรงพุ่มโปร่ง เพื่อลดการเกิดเชื้อราและศัตรูพืช รวมทั้งควรหมั่นกำจัดวัชพืช และดูแลรักษาสวนหรือแปลงเพาะปลูกพืชไม่ให้รก เพื่อให้พื้นที่เพาะปลูกมีอากาศถ่ายเทสะดวก4.ให้น้ำพืชด้วยระบบน้ำที่เหมาะสมกับชนิดพืช ควรมีการออกแบบติดตั้งรวมทั้งการใช้และดูแลรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อให้น้ำได้ตามความต้องการของพืชและมีประสิทธิภาพเกษตรกรที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามที่ได้สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน.