BCG โมเดล...“ทางเลือก-ทางรอด” ของประเทศไทยในโลกหลังโควิด-19 โมเดลที่กำลังถูกผลักดันจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านยุทธศาสตร์การ “ฟื้นฟู” และการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทย ด้วยการสร้างสมดุล ให้ “เศรษฐกิจสามารถเติบโตไปควบคู่กับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน” โดยนำองค์ความรู้การบริหารจัดการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาต่อยอดความเข้มแข็ง นั่นก็คือ การนำคุณค่าจากความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม มาเชื่อมโยงกับ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อรักษา ความสมดุลและตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืนโมเดล มี 3 องค์ประกอบ B = Bioeconomy คือการนำทรัพยากรชีวภาพมา “ผลิตให้คุ้มค่าที่สุด” โดยใช้เทคโนโลยีมาช่วย C = Circula economy คือระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด และ G = Green economy คือระบบเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งเป็นการสร้างนวัตกรรมรวมถึงการจัดการสภาพสังคมให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา“ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG Model) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในที่ประชุมมีการรายงานดัชนีเศรษฐกิจสีเขียว (Global Green Economy Index) ของประเทศ ไทยที่ดีขึ้น จากอันดับที่ 45 ในปี 2557 มาอยู่ในอันดับที่ 27 ในปี 2561 และตัวชี้วัดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Index) มีอันดับดีขึ้น จากอันดับที่ 55 ในปี 2560 มาอยู่ในอันดับที่ 43 ในปี 2563 พร้อมประกาศเดินหน้าแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ภายใน 7 ปี (พ.ศ.2564–2570) โดยการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม กำหนดพื้นที่นำร่องใน 5 จังหวัด คือ ราชบุรี ลำปาง ขอนแก่น จันทบุรี และพัทลุง ผ่าน 13 มาตรการ แกนหลักในการขับเคลื่อน” ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผอ.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในฐานะกรรมการและ เลขานุการคณะกรรมการบริหารการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว กล่าวถึงความคืบหน้าแผนขับเคลื่อน BCG โมเดลของประเทศไทย13 มาตรการแกนหลักในการขับเคลื่อน ประกอบด้วย 1.พัฒนาคลังข้อมูลดิจิทัลของทุนความหลากหลายทางชีวภาพ ทุนวัฒนธรรม และทุนทางปัญญาเพื่อวางแผนอนุรักษ์ ฟื้นฟู สร้างเศรษฐกิจในชุมชน และเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว 2.เพิ่มพูนทรัพยากรชาติด้วยการผสานพลังของรัฐ เอกชน ชุมชน และหน่วยงานวิจัย โดยการส่งเสริมเอกชนในการปลูกและดูแลป่าทุกประเภทในพื้นที่ของรัฐด้วยกลไกและจัดสรรคาร์บอนเครดิต 3.พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ BCG ในแต่ละภูมิภาคเพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค เชื่อมโยงการเกษตรทางเลือก/ เกษตรสมัยใหม่ การแปรรูป การท่องเที่ยว การค้าและการลงทุน 4. ปรับระบบการเกษตร สู่ประสิทธิภาพสูง มาตรฐานสูง และมูลค่าสูง เน้นเกษตรพรีเมียม เกษตรปลอดภัย 5.พัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารริมทาง และอาหารท้องถิ่น 6.สร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ด้วยการส่งเสริมการแปรรูปสินค้าจากฐานชีวภาพให้มีขั้นนวัตกรรมที่สูงขึ้น อาทิ สารสกัด สารประกอบฟังก์ชัน อาหารฟังก์ชัน ชีวเคมีภัณฑ์ 7.สร้างตลาดเพื่อรองรับนวัตกรรมของสินค้าและบริการ BCG 8.สร้างโมเดลการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เช่น โมเดลอารมณ์ดีมีความสุข, ส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืนและการท่องเที่ยวสีเขียว 9.ยกระดับสินค้าและบริการ BCG สู่มาตรฐานการผลิตยั่งยืนด้วยการส่งเสริมการใช้นวัตกรรมสีเขียวและระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน 10.ยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการ BCG สู่มาตรฐานสากลด้วยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรพรีเมียม เกษตรปลอดภัย สารสกัด ชีวเคมีภัณฑ์ ยา วัคซีน และการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบต่างๆ11.ส่งเสริมสตาร์ตอัพ 12.สร้างและพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับเศรษฐกิจ BCG ในทุกระดับ และ 13.เชื่อมโยงกับสากลในทุกมิติ ดึงดูดผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุนจากต่างประเทศด้วยการให้สิทธิประโยชน์ การสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เหมาะสม เช่น สมาร์ทวีซ่า (Smart Visa) เป็นต้น “BCG โมเดล เป็นการสานพลังของจตุภาคีทั้งภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาครัฐและภาควิชาการ ขับเคลื่อนประเทศด้วย 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1.สร้างความยั่งยืนของฐานทรัพยากร ความหลากหลายทางชีวภาพ และวัฒนธรรมด้วยการจัดสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ 2.การพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งด้วยทุนทรัพยากร อัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ 3.ยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้เศรษฐกิจ BCG ให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน และ 4.เสริมสร้างความสามารถในการตอบสนองต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก เช่น ปัญหาโลกร้อน ขยะ โรคระบาด การกระจายรายได้” ดร.ณรงค์ ระบุแน่นอน ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยขยายตัวช้า ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศยังมีรายได้น้อย และประเทศไทยยังติดกับดักรายได้ปานกลางมาอย่างยาวนานดังนั้น การเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยไปสู่ BCG โมเดล จะช่วยต่อยอดจุดแข็งของประเทศให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ทั้งในด้านความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยอาศัยกลไกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อผลิตสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูง เปลี่ยนระบบเศรษฐกิจจาก “ทำมากแต่ได้น้อย” ไปสู่ “ทำน้อยแต่ได้มาก” ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล“ทีมข่าววิทยาศาสตร์” มองว่า ในวิกฤติ...มีโอกาสเสมอ และเราหวังว่า ประเทศไทยหลังโควิด-19 จะต้องดีขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา การฟื้นฟูและพัฒนาประเทศไปสู่สิ่งที่ดีกว่าต้องก้าวข้ามปัญหาอุปสรรคต่างๆ ทั้งโรคระบาด ทรัพยากรเสื่อมโทรม มลพิษ ขยะล้นเมือง โลกร้อน ฯลฯแต่จะทำอย่างไร BCG โมเดลถึงจะบรรลุจุดมุ่งหมาย ภายใน 7 ปีตามที่วางไว้ โดยเฉพาะการพัฒนาที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และนี่คือโจทย์ข้อใหญ่ที่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะรัฐบาลต้องทำให้สำเร็จให้ได้เพื่อประเทศไทยจะได้กลับสู่ภาวะปกติสุขอีกครั้ง. ทีมข่าววิทยาศาสตร์