ตามลากคอหัวโจกแก๊ง 18 มงกุฎอ้างตัวเป็น นายแพทย์ตั้งกลุ่มไลน์ตุ๋นขายวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” มีชาวบ้านหลงเชื่อกว่า 200 รายโอนเงินค่าวัคซีนไป 360,000 บาท ก่อนออกจากกลุ่มเชิดเงินเผ่นหาย ตำรวจชุดสืบสวนภาค 4 ร่วมกับชุดสืบสวนอุดรธานีแกะรอยตามรวบเจ้าของบัญชีธนาคารที่รับโอนเงินจากผู้เสียหายได้ก่อนตามไปจับหนุ่มแสบหัวหน้าแก๊งขณะกบดานอยู่รีสอร์ต จ.สระบุรี สารภาพไม่มีงานทำเลยออกอุบายล่าเหยื่อทางออนไลน์ สวมรอยเป็นหมอสร้างความน่าเชื่อถือให้คำแนะนำสมาชิกในกลุ่มก่อนลงมือตุ๋นเปื่อย คาดมีเหยื่อหลงกลหลายพื้นที่ทั่วประเทศอีกหลายร้อยรายที่ยังไม่ได้ไปแจ้งความพฤติกรรมแสบแก๊งมิจฉาชีพซ้ำเติมทุกข์ชาว บ้านช่วงโควิด อ้างตัวเป็นนายแพทย์ตั้งกลุ่มไลน์ตุ๋นขายวัคซีนซิโนฟาร์มเชิดเงินหลายแสนบาท สุดท้ายหนีไม่รอดถูกตำรวจตามรวบตัวรายนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 ก.ค. ที่ บก.ภ.จ.อุดรธานี พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ.4 พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี นายปราโมทย์ ธัญพืช รอง ผวจ.อุดรธานี นพ.ทวีรัชต์ ศรีกุลวงศ์ ผอ.รพ.บ้านผือ ร่วมแถลงข่าวจับกุมนายรนกร พุทธรักษา อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86/8 หมู่ 10 ต.ตาลเดี่ยว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นคนอื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. น.ส.สวย (นามสมมติ) อายุ 45 ปี เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.นราศักดิ์ นนทะบุตร รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ว่า ถูกแก๊งต้มตุ๋นอ้างตัวเป็นนายแพทย์ชื่อ นพ.สิทธิโชค ทวีประดิษฐ์ผล ตั้งกลุ่มไลน์ชื่อ “Vaccine Sinopharm” หลอกลวงให้ซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 ยี่ห้อซิโนฟาร์ม ที่เหลือจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สั่งซื้อจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เมื่อโอนเงิน 36,000 บาท จองวัคซีนสำหรับฉีด 20 คนไปให้กลับไม่ได้ฉีดตามนัด พอสอบถามไปก็ออกจากกลุ่มไลน์ทันที มั่นใจว่าถูกหลอกลวงจึงนำหลักฐานการโอนเงิน 36,000 บาทเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชีนายวีระศักดิ์ สุขสำแดง และหลักฐานพูดคุยกลุ่มไลน์มาแจ้งความพล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 เผยว่า หลังจากตำรวจรับแจ้งได้รวบรวมหลักฐานและสืบสวนทางเทคโนโลยีจนทราบว่านายรนกรเป็นหัวหน้าแก๊งต้มตุ๋น จึงขออนุมัติศาลจังหวัดอุดรธานี ออกหมายจับ ติดตามจับกุมตัวนายวีระศักดิ์ เจ้าของบัญชีธนาคารที่ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อซื้อวัคซีนได้ก่อน จากนั้นสืบสวนขยายผลไปจับกุมตัวนายรนกรได้ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.เมืองสระบุรีพ.ต.อ.พันธ์เพ็ชร เหล่ากำเนิดเพชร ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี เผยว่า จากการสอบสวนนายรนกรรับสารภาพว่า ไม่มีงานทำ ฉวยโอกาสช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก ตั้งไลน์กลุ่มขึ้นมาเพื่อหลอกลวงประชาชนที่ต้องการฉีดวัคซีนทางเลือกยี่ห้อซิโนฟาร์ม นอกจากนี้ ยังสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการอ้างตัวเป็นนายแพทย์ ตอบข้อข้องใจของสมาชิกในกลุ่มไลน์ในการหาเตียงให้ผู้ป่วยโควิด-19 ยิ่งทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ นายนรากรว่าจ้างให้นายวีระศักดิ์และผู้อื่นเปิดบัญชีธนาคารรวม 5 บัญชี ไว้ให้ผู้หลงเชื่อโอนเงินค่าวัคซีนเข้าบัญชีและโอนต่อไปยังบัญชีนายรนกร มีผู้เสียหายกว่า 200 คน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 360,000 บาท เงินที่ได้นำไปใช้จ่ายและแบ่งให้ผู้เปิดบัญชีด้วยนพ.ทวีรัชต์ ศรีกุลวงศ์ ผอ.รพ.บ้านผือ เผยว่า ในเว็บไซต์ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะมีข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนอย่างชัดเจนว่า ข้อกำหนดหลักองค์กรนิติบุคคล หรือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนรวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการประสานติดต่อซื้อวัคซีนและองค์กร หรือหน่วยงานที่ซื้อไปจะเป็นผู้ประสานสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลเป็นสถานที่ฉีดวัคซีน นายแพทย์หรือโรงพยาบาลจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการประสานหรือไปบอกกับประชาชนว่าได้วัคซีนมาแล้วพล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี กล่าวว่า นายรนกรได้ก่อเหตุตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย.ในหลายท้องที่ต่อเนื่องกัน มีผู้เสียหายร้องทุกข์ตั้งแต่วันที่ 28-30 มิ.ย. สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งการ รวบรวมหลักฐานจับกุมมาดำเนินคดี ส่วนผู้ร่วมแก๊งรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารจะติดตามมาดำเนินคดีทั้งหมด ฝากถึงฝ่ายปกครองควรให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในการรับวัคซีนของทางราชการว่าควรจะรับข้อมูลอย่างถูกต้องแบบไหนอย่างไรขณะที่ พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ.4 เผยว่า นายรนกร ผู้ต้องหาเป็นบุคคลอันตรายถูกแจ้งเตือนบนโลกออนไลน์บ่อยครั้ง มีพฤติการณ์หลอกลวงโดยการศึกษาหาข้อมูลในช่วงนี้ว่าใครต้องการอะไร จะเข้าไปสร้างความน่าเชื่อถือเพื่อหลอกลวงเหยื่อ หลังสอบปากคำผู้ต้องหาเสร็จได้ควบคุมตัวไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนนำส่งสภ.เมืองอุดรธานี ดำเนินคดีต่อไปมีรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่ายังมีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อคนร้ายแก๊งนี้อีกจำนวนมากในหลายพื้นที่ อาทิ สภ.บ้านเป็ด จ.ขอนแก่น สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ สน.เตาปูน สน.สมเด็จเจ้าพระยา รวมทั้งหมดหลายร้อยรายที่ยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี ขอให้ผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจที่มีการโอนเงิน เนื่องจากเป็นการกระทำผิดหลายท้องที่