ว่าที่ พ.ต.ดร.สมบัติ วงศ์กำแหง คณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ มีข้อคิดเห็นเรื่อง ก.ม.อาญาที่เพิ่งแก้ไขล่าสุดมาฝาก...สืบเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยที่ 4/2563 ลง 19 ก.พ.63 ว่า ความผิดฐานหญิงทำให้ตนเองแท้งลูก หรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูก ตามมาตรา 301 ขัดหรือแย้งต่อมาตรา 28 ของรัฐธรรมนูญศาลแนะนำให้แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการทำแท้ง เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน และต้องแก้ให้เสร็จก่อน 12 ก.พ.2564 มิฉะนั้น มาตรา 301 จะไม่มีผลใช้บังคับ!ในที่สุด พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาฉบับที่ 28 พ.ศ.2564 แก้ไขเพิ่มเติมความผิดฐานทำแท้งที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2499 มีผลเมื่อวันที่ 7 ก.พ.2564 ก่อนเส้นตายเพียง 5 วันด้วยความรีบร้อน มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย?!บทบัญญัติใหม่นี้ จะมีผลย้อนหลังในทางที่เป็นคุณกับผู้กระทำความผิดสาระสำคัญที่แก้ไขยังคงหลักการเดิมว่า “ห้ามทำแท้ง” เว้นแต่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ แต่โทษต่ำลง จากปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับเป็นปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ...และยังคงหลักการเดิมไว้คือ ผู้ทำแท้งได้โดยไม่มีความผิด ต้องเป็นแพทย์และผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยมีความจำเป็น 1.หญิงตั้งครรภ์เสี่ยงต่อการได้รับอันตรายต่อสุขภาพกายหรือจิตใจ2.มีความเสี่ยงหรือมีเหตุผลทางการแพทย์ว่า หากทารกคลอดออกมาจะผิดปกติทุพพลภาพอย่างร้ายแรง3.หญิงยืนยันว่ามีครรภ์เนื่องจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ4.หญิงมีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ยืนยันยุติการตั้งครรภ์5.หญิงอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ ยืนยันยุติการตั้งครรภ์ หลังเข้าสู่กระบวนการปรึกษาทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ รมว.สาธารณสุขประกาศกำหนดบุคคลที่เข้าข่ายกระทำผิด เช่น ตัวหญิง แพทย์ ต้องศึกษาหลักกฎหมายให้ถ่องแท้ก่อนทำแท้งเมื่อกฎหมายใช้คำว่า ผู้ใด จึงหมายถึงทุกคน และหลายครั้งศาลฎีกาตีความไปถึงผู้แทนและนิติบุคคลด้วยการแก้ไขกฎหมายนี้ จะดีหรือไม่ เวลาเท่านั้นที่ให้คำตอบ...สหบาท