ออกหมายจับแล้วโจรบุกเดี่ยวชิงทอง “ห้างทองตำหนักทอง 5” กลางห้างสรรพสินค้าโลตัสพลัสมอลล์ อมตะนคร จ.ชลบุรี ได้สร้อยข้อมือหนัก 5 บาท 2 เส้น และสร้อยคอทองคำหนัก 10 บาท 2 เส้น น้ำหนักรวม 30 บาท ตำรวจแกะรอยจากโทรศัพท์มือถือคนร้ายทำตกไว้ ประกอบกับข้อมูลกล้องวงจรปิดในร้านและพื้นที่ใกล้เคียง เผยเป็นชาว จ.ตาก มาได้ภรรยาอยู่ในพื้นที่ อ.เกาะจันทร์ หลังก่อเหตุขับรถเก๋งมิตซูบิชิรุ่นเก่าเผ่นหนี ตำรวจตามไปถึงบ้านภรรยาแต่ไม่พบตัวตำรวจไล่ล่าโจรบุกเดี่ยวชิงทองในห้างดังรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 ธ.ค. พ.ต.อ. นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.สภ.เมืองชลบุรี เปิดเผยความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกชิงทอง “ห้างทองตำหนักทอง 5 สาขาโลตัสพลัสมอลล์ อมตะนคร” เมื่อตอนค่ำวันที่ 22 ธ.ค. ได้สร้อยข้อมือและสร้อยคอทองคำ 4 เส้น น้ำหนักรวม 30 บาทว่า รู้ตัวคนร้ายแล้ว เนื่องจากคนร้ายทำโทรศัพท์มือถือตกในที่เกิดเหตุชื่อนายอุทิศ พวงทอง อายุ 44 ปี เป็นชาว จ.ตาก อาศัยอยู่บ้านภรรยาในพื้นที่ อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี พ.ต.ท.สมคิด ยานะพันธุ์ สว.สส. นำกำลังติดตามไปที่บ้านของภรรยาหลวง และภรรยาน้อยของคนร้าย แต่ยังไม่พบตัว ซึ่ง พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ ผบช.ภ.2 และ พล.ต.ต.ประการ ประจง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี สั่งการให้เร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุดสำหรับเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวจี้ทองกลางห้างครั้งนี้ ร.ต.อ. หญิง บุญสิตา หาสิน รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองชลบุรี รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 20.20 น. วันที่ 22 ธ.ค. คนร้ายใช้ปืนบุกจี้ชิงทองห้างทองตำหนักทอง 5 สาขาโลตัสพลัสมอลล์ อมตะนคร ตั้งอยู่บนชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าโลตัสพลัสมอลล์ เลขที่ 700/75 ริมถนนสุขุมวิท หมู่ 5 ต.คลองตำหรุ อ.เมืองชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก. นำกำลังรุดไปสอบสวน พบผู้จัดการร้าน และพนักงานหญิงอีก 3 คนอยู่ในร้านมีสีหน้าตื่นตระหนก ตู้โชว์และข้าวของในร้านไม่มีอะไรเสียหายสอบสวนพนักงานร้านทองให้การว่า คนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 40 ปี สูงประมาณ 180 ซม. สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขายาว ใช้ผ้าแมสก์ปิดปากจมูกมาทำทีขอซื้อทองรูปพรรณ โดยขอดูสร้อยข้อมือหนัก 5 บาท 2 เส้น และสร้อยคอทองคำหนัก 10 บาท 2 เส้น จากนั้นทำทีคล้องคอ ก่อนแสดงตัวเป็นคนร้ายชักปืนพกจากกระเป๋าสะพายออกมาข่มขู่พนักงานขาย ทำให้ลูกค้าที่กำลังเลือกดูทองอยู่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์ แตกตื่นพากันหนีออกจากร้านเพราะเกรงจะได้รับอันตราย จากนั้นคนร้ายได้วิ่งหนีออกไปทางประตูด้านข้างของห้างสรรพสินค้าดังกล่าวขณะที่พยานคนหนึ่งให้การเพิ่มเติมว่า ช่วงเกิดเหตุนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ พอได้ยินเสียงเอะอะเงยหน้ามองเห็นคนร้ายวิ่งออกมาจากร้านทอง ตนจะเข้าช่วยสกัดจับ แต่คนร้ายเล็งปืนขู่จึงล้มตัวหมอบหลบ ทำให้คนร้ายหนีไปได้ ในระหว่างสอบสวนมีพลเมืองดีรายหนึ่งนำโทรศัพท์มือถือที่คนร้ายทำตกบริเวณบันไดเลื่อนมามอบให้ตำรวจเป็นหลักฐานสำคัญในการไล่ล่าคนร้าย นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในร้านทอง และกล้องวงจรปิดละแวกใกล้เคียง ซึ่งจับภาพคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน รวมทั้ง เส้นทางหลบหนีของคนร้ายบ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.สภ.เมืองชลบุรี เปิดเผยความคืบหน้าเพิ่มเติมว่า จากหลักฐานกล้องวงจรปิดซึ่งจับภาพใบหน้าคนร้ายได้อย่างชัดเจน รวมทั้งเส้นทางหลบหนีของคนร้าย พบว่าคนร้ายวิ่งหนีออกทางด้านหลังห้าง ขับรถเก๋งมิตซูบิชิรุ่นเก่า ไม่เห็นทะเบียนหนีไป ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลจังหวัดชลบุรี ออกหมายจับนายอุทิศ พวงทองแล้ว ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างติดตามจับกุมคนร้ายต่อมา พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. เดินทางมาที่ สภ.เมืองชลบุรี เรียก พล.ต.ต.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ รอง ผบช.ภ.2 พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี พ.ต.อ.เมฒาวิศ ประดิษฐ์ผล รอง ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.สภ.เมืองชลบุรี ชุดสืบสวน สภ.เมืองชลบุรี ชุดสืบสวน ภ.จ.ชลบุรี ร่วมประชุมที่ห้องประชุมชั้น 2 สภ.เมืองชลบุรี เพื่อวางแนวทางสืบสวนแกะรอยล่าคนร้ายจากนั้น พล.ต.อ.สุชาติกล่าวว่า มาติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินคดีและการตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี คาดว่าน่าจะได้ตัวภายในวันสองวันนี้ ส่วนปืนของคนร้ายจะเป็นปืนจริงหรือปืนปลอมยังไม่รู้ ถ้าเป็นของจริง ตำรวจชุดติดตามคงตัดสินใจเองเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่