วงการสาธารณสุขเศร้า นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค หนึ่งในทีมสู้โควิดของ ประเทศไทย เกิดวูบหมดสติในระหว่างร่วมกิจกรรมวิ่ง “ถิ่นวีรชน มินิฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 4” หลังวิ่งไปได้ 2 กม. ทีมแพทย์นำส่งโรงพยาบาลพยายามยื้อชีวิตนานกว่า 1 ชั่วโมงแต่ไม่เป็นผล แพทย์ระบุสาเหตุหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน อีกรายที่ จ.ระยอง นักวิ่งชาย 2 คน ร่วมแข่งขันกิจกรรม “อาสา...พาวิ่ง” ช็อกหมดสติ หลังวิ่งจากจุดปล่อยตัวไปได้ราว 4 กม. ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลทั้ง 2 คน ด้านอธิบดีกรมการแพทย์เตือนนักวิ่งต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนวิ่ง ที่สำคัญ ห้ามอดนอนเด็ดขาดวงการสาธารณสุขสูญเสียรองอธิบดีกรมควบคุม โรค หัวใจวายขณะร่วมกิจกรรมวิ่งมินิฮาล์ฟมาราธอนรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 พ.ย. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี (สสจ.สิงห์บุรี) รายงานไปยังสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 สระบุรี ว่า นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ อายุ 59 ปี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เมื่อเวลา 07.15 น. ที่ รพ.ค่ายบางระจัน หลังเกิดอาการวูบหมดสติระหว่างร่วมกิจกรรมวิ่ง “ถิ่นวีรชน มินิฮาล์ฟมาราธอน ครั้ง ที่ 4” ที่อุทยานวีรชนค่ายบางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กิจกรรมวิ่งดังกล่าว ทางจังหวัดสิงห์บุรีร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด สิงห์บุรี สมาคมกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี และชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมกันจัดขึ้น มีนักวิ่งในพื้นที่และต่างจังหวัดร่วมแข่งขันกว่า 4,000 คน หนึ่งในนั้นคือ นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ลงแข่งขันระยะ 5 กิโลเมตร ปล่อยตัวจากจุดปล่อยตัวบริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน ต.บางระจัน อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี เมื่อเวลา 05.20 น.หลังออกวิ่งได้ประมาณ 2 กิโลเมตร นพ.อัษฎางค์ เกิดหมดสติล้มลง พยาบาลที่มาร่วมวิ่งเข้าไปช่วยปั๊มหัวใจ ก่อนที่ทีมแพทย์ รพ.ค่ายบางระจัน ช่วยปฐมพยาบาลแล้วนำส่ง รพ.ค่ายบางระจัน เมื่อเวลา 06.00 น. โดย นพ.อัษฎางค์ไม่รู้สึกตัวแล้ว แพทย์ได้พยายามฟื้นคืนชีพเพื่อช่วยชีวิตด้วยการทำ CPR OnEtTube เป็นเวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที และใช้เครื่องกระตุกหัวใจ 5 ครั้ง แต่คนไข้ไม่ตอบสนอง สุดท้ายแพทย์ได้ลงความเห็นว่า นพ.อัษฎางค์ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เมื่อเวลา 07.15 น.ต่อมา นพ.วัชรินทร์ จันทร์เสม ผอ.รพ.สิงห์บุรี กล่าวว่า ได้เคลื่อนศพ จาก รพ.ค่ายบางระจัน อ.ค่ายบางระจัน มาเก็บไว้ที่ รพ.สิงห์บุรี ก่อน 1 คืน จากนั้นนางณิรดา รวยอาจิณ พยาบาลวิชาชีพ รพ. สิงห์บุรี ภรรยา พร้อมญาติ และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จะมารับศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดเสมียนนารี กรุงเทพมหานคร มีพระราชทานน้ำอาบศพเวลา 18.00 น. พิธีสวดพระอภิธรรมวันที่ 1-4 ธ.ค. มีกำหนดพระราชทานเพลิงศพในวันอาทิตย์ ที่ 6 ธ.ค. เวลา 17.00 น.ด้าน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข แสดงความเสียใจกับครอบครัวของ นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ที่เสียชีวิตอย่างกะทันหันระหว่างเข้าร่วมกิจกรรมวิ่ง ถิ่นวีรชนมินิฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 4 ที่ จ.สิงห์บุรี นับเป็นการสูญเสียผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขที่มีความรู้ความสามารถสูง ขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัว และยังกำชับให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกในการประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป โดยขอให้กำลังใจผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และชื่นชมและเคารพบทบาท นพ.อัษฎางค์เสมอ หวังว่าทุกคนในครอบครัวสาธารณสุข จะก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้านี้ไปด้วยกันสำหรับ นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ เคยเป็นรองสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี ก่อนไปดำรงตำแหน่งสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี แล้วขยับขึ้นเป็นรองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยเป็นหนึ่งในทีมสู้โควิด-19 รับหน้าที่แถลงสถานการณ์แพร่ระบาด โรคไวรัสโควิด-19 ช่วงแรกๆก่อนที่ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน จะมารับหน้าที่โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.เหตุนักวิ่งช็อกเสียชีวิตอีกรายเมื่อเวลา 06.00 น. ที่ถนนรอบอ่างเก็บน้ำดอกกราย หมู่ 6 ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง หลังจากมีการปล่อยตัวนักวิ่ง ราว 1,400 คน ในการวิ่งแข่งขัน “อาสา...พาวิ่ง” จัดโดยสมาคมอาสาสมัครประชาสงเคราะห์ จ.ระยอง จากจุดปล่อยตัวในศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง (อ่างเก็บน้ำดอกกราย) ห่างไปประมาณ 4 กิโลเมตร มีนักวิ่งชาย 2 คนเกิดวูบหมดสติในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน รายแรกชื่อนาย นราสิฐ สันสมภาค อายุ 54 ปี ชาว อ.เมืองระยอง และนายสกานต์ จันธิยะ อายุ 30 ปี บ้านอยู่ในอำเภอปลวกแดง เจ้าหน้าที่พยาบาลปั๊มหัวใจช่วยเหลือก่อนนำส่ง รพ.ปลวกแดง ให้แพทย์ยื้อชีวิตแต่ไม่เป็นผล ทั้งคู่เสียชีวิตในเวลาต่อมา เบื้องต้นแพทย์สันนิษฐานเสียชีวิตเนื่องจากหัวใจวายเฉียบพลัน แพทย์ส่งศพไป รพ.ระยอง เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไปนพ.เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กล่าวว่า โรคหัวใจกำเริบเฉียบพลันสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกสถานที่ และทุกเวลา เช่น ขณะออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งนอนหลับพักผ่อน ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการแต่ยังรู้สึกตัวดีต้องรีบมาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ในกรณีที่ผู้ป่วยหมดสติ ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ซึ่งน่าจะต้องมีความรู้ เรื่องการกู้ชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) และรู้จักการใช้เครื่องกระตุกหัวใจ (AED) ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล ผู้ป่วยที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันจากหลอดเลือดหัวใจอุดตัน จะต้องได้รับการรักษาทันทีด้วยการให้ยาละลายลิ่มเลือด หรือการสวนหัวใจเพื่อการทำบอลลูน ซึ่งมีระยะเวลาที่เป็นนาทีทอง (golden period) 120 นาที ในการเปิดหลอดเลือดหัวใจ เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตส่วน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคหัวใจกำเริบเฉียบพลัน อาจเกิดได้จากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ที่มีสาเหตุจากหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตันชนิดเฉียบพลัน ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทำให้เกิดโรคคือ การสูบบุหรี่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ภาวะอ้วนลงพุง การบริโภคอาหารที่มีไขมันทรานส์ แต่ก็อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงดังที่กล่าวได้เช่นกัน สำหรับนักวิ่งนั้น นพ.สมศักดิ์แนะนำว่า ก่อนที่จะไปวิ่งเราต้องดูประวัติส่วนตัวของเราว่ามีความเสี่ยงหรือไม่ ทั้งเรื่องปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ดูประวัติครอบครัว โดยเฉพาะญาติสายตรงเป็นโรคหัวใจหรือไม่ เรื่องอายุ รวมถึงความเครียด นอกจากนี้ก่อนวันวิ่งต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าอดนอน เป็นอันขาด ที่สำคัญเราต้องดูว่าตนเองออกกำลังกายเป็นประจำหรือไม่ ถ้าไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ ก็ขอแนะนำให้ฝึกเดินเร็วๆที่บ้าน ก่อนไปร่วมกิจกรรมวิ่งวันจริง ส่วนคนที่อายุมากขอให้ไปตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจก่อน เพื่อตรวจสภาพร่างกายให้พร้อมก่อนวิ่ง