“ปัญหาของเด็กอาชีวะปัจจุบัน คือ ฝึกงานไม่ตรงกับที่เรียน ไม่ตรงกับความต้องการของตลาด...ต้องปรับหลักสูตรการเรียนการสอนใหม่ ให้สอดคล้องกับไทยแลนด์ 4.0”สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี หรือ “สมเด็จธงชัย” วัดไตรมิตรวิทยาราม ประธานสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล กล่าวถึงปัญหาของเด็กอาชีวะและนั่นจึงเป็นที่มาของ...การจัดตั้ง “สถาบันอาชีวศึกษาไทย-จีน” โดยเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ กับกระทรวงศึกษาธิการ สาธารณรัฐประชาชนจีน สถาบันแห่งนี้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการใน 3 เรื่อง คือ 1.จัดตั้งศูนย์การเรียนภาษาจีนเพื่อการสื่อสารและเพื่อการอาชีพ 2.จัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี (Chinese+ Technology) เพื่ออบรมครูอาชีวศึกษา โดยขอความร่วมมือวิทยากรจากสาธารณรัฐประชาชนจีน และ 3.จัดตั้งศูนย์นวัตกรรม (Innovation Center) ในแต่ละสาขาที่ไทยยังขาดแคลน อาทิ ระบบขนส่งทางราง ช่างอากาศยาน หุ่นยนต์อุตสาหกรรม เป็นต้น“สถาบันอาชีวศึกษาไทย-จีน เกิดขึ้นระหว่างการประชุมสถาบันขงจื่อสำนักงานใหญ่ ณ นครปักกิ่ง เมื่อเดือน ธ.ค.2562 รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน นิมนต์อาตมาเข้าร่วมและได้มีโอกาสหารือกับ ดร.หม่า เจี้ยนเฟย (Dr.Ma Jianfei) ผอ.ศูนย์การศึกษาและความร่วมมือด้านภาษาระหว่างประเทศ ปรากฏว่าหลังจากนั้นเดือน ก.ย.2563 ดร.หม่า เจี้ยนเฟย ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน กระทรวงศึกษาธิการจีน สถานประกอบการและวิทยาลัยอาชีวศึกษาจีน เห็นชอบกับการจัดตั้งสถาบันอาชีวศึกษาไทย-จีน โดยจะร่วมมือกับ สอศ.ในการสนับสนุนวิทยาลัยอาชีวศึกษาไทยจัดการเรียนการสอนภาษาจีนตลอดยกระดับหลักสูตรให้สอดคล้องกัน โดยรัฐบาลจีนมอบหมายให้นายหวัง ฮุ้ยชาง ผอ.ฮั่นปั้น ประจำประเทศไทย เป็นผู้รับ ผิดชอบและประสานงานกับอาตมาโดยตรงเพื่ออำนวยความสะอาดให้โครงการสำเร็จเรียบร้อย” สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ในฐานะผู้ริเริ่มจัดตั้งสถาบันอาชีวศึกษาไทย-จีน กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของสถาบันฯ ที่สำคัญกว่านั้น รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน มีความประสงค์ให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกของโลกในการจัดตั้งสถาบันอาชีวศึกษาไทย-จีน เพราะปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการของจีน กำลังส่งเสริมการปฏิรูปอาชีวศึกษาอย่างจริงจังตามนโยบายของ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน“หลังจากรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนอนุมัติ อาตมาได้ไปดึง ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มาร่วมด้วย เพื่อจะขับเคลื่อนอาชีวศึกษาในอีอีซี หรืออีอีซีโมเดล เพราะอีอีซีเป็นแผนยุทธศาสตร์ภายใต้ไทยแลนด์ 4.0 และสอดคล้องกับโครงการ One Belt One Road หรือแถบเศรษฐกิจเส้นทางสายไหม ของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มองว่าประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางของอาเซียน ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับทุกประเทศในอาเชียนได้ ขณะเดียวกันอีอีซีมีความต้องการบุคลากรระหว่างปี 2562-2566 ถึง 475,688 อัตรา ในจำนวนนี้คือจบการศึกษาสายสามัญและอาชีวศึกษาถึง 53% และไม่มีปริญญา เป็นหลักสูตรระยะสั้น 47% ใน 10 สาขาขาดแคลน อาทิ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมพาณิชย์นาวี อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมระบบราง เป็นต้น อาชีวศึกษาไทย-จีน จึงเริ่มในพื้นที่อีอีซีก่อน” สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กล่าว ขณะนี้ได้ 15 วิทยาลัยอาชีวศึกษาพื้นที่อีอีซีนำร่องแล้วและแต่ละวิทยาลัยจะเรียนเฉพาะทางเพื่อให้เชี่ยวชาญ ประกอบด้วย วิทยาลัยอาชีวศึกษาฐานวิทยาศาสตร์ชลบุรี ด้านแมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา ด้านการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ด้านระบบขนส่งทางราง วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ ด้านระบบขนส่งทางราง วิทยาลัยเทคนิคระยอง ด้านบัญชี วิทยาลัยเทคนิคบางแสน ด้านแมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี ด้านแมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ วิทยาลัยเทคนิคพัทยา ด้านการโรงแรม วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด ด้านปิโตรเคมี วิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย ด้านการจัดการโลจิสติกส์ วิทยาลัยเทคนิคจันทบุรี ด้านการจัดการโลจิสติกส์ วิทยาลัยเทคนิคตราด ด้านการก่อสร้าง วิทยาลัยการอาชีพพนัสนิคม ด้านเทคนิคเครื่องกลและวิทยาลัยเทคนิคจุฬาภรณ์ ด้านเทคนิคเครื่องกล“จากนี้จะขยายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับผู้ประกอบการไปทั่วประเทศ” สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีระบุด้าน นายหวัง ฮุ้ยชาง ผอ.ฮั่นปั้น ประจำประเทศไทย ในฐานะผู้รับผิดชอบฝ่ายจีน กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่อีอีซีสำรวจความพร้อมแล้วและจะเสนอให้ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เป็นประธานสถาบันอาชีวศึกษาไทย-จีน“ทีมข่าวการศึกษา” มองว่าการจัดตั้งสถาบันอาชีวศึกษาไทย-จีน ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์มากทั้งจากความสัมพันธ์และมิตรภาพไทย-จีน รวมถึงเพิ่มนักศึกษาไทยให้มีความสามารถในการใช้ภาษาจีนเพื่อการสื่อสารและประกอบอาชีพ ตลอดจนการมีงานทำตั้งแต่เรียนยังไม่จบและเป็นแรงงานที่มีคุณภาพและที่สำคัญโครงการนี้จะเป็นการพัฒนาอาชีวะตามศักยภาพของแต่ละแห่งเพื่อสามารถผลิตบุคลากรออกมาทำงานตรงกับตลาดแรงงานอย่างแท้จริง.ทีมการศึกษา