พ่อเมืองภูเก็ตรุดให้กำลังใจครอบครัวนักศึกษาสาวราชภัฏที่ถูกรุ่นพี่ทำโทษมาซ้อมเชียร์ลีดเดอร์สาย สั่งให้วิ่งจนช็อกดับ พ่อแม่ยังอยู่ในอาการโศกเศร้า ร่ำไห้เรียกชื่อลูกสาวตลอดเวลา พร้อมปฏิเสธยังไม่รับเงินเยียวยา 1 แสนบาท จากมหาวิทยาลัยที่อธิการบดีนำไปมอบถึงบ้าน ยันไม่รับศพกลับมาบำเพ็ญกุศลจนกว่าจะทราบผลการชันสูตรสาเหตุการตายชัดเจนกรณี น.ส.พรพิพัฒน์ หรือมิ้นท์ เอียดดำ อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 เอกภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มาร่วมซ้อมเชียร์ลีดเดอร์สาย ถูกรุ่นพี่สั่งทำโทษให้วิ่ง 8 รอบจนช็อกตาย แต่ญาติยังติดใจสาเหตุการเสียชีวิตเข้าแจ้งความให้ตำรวจสอบสวนหาคนรับผิด ขณะที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ยืนยันกิจกรรมดังกล่าวไม่ใช่การรับน้อง แต่เป็นกีฬาสีคณะ พร้อมเตรียมนำเงินไปเยียวยาช่วยเหลือครอบครัวผู้ตายต่อมาเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ส.ค. นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผวจ.ภูเก็ต ไปให้กำลังใจครอบครัวของ น.ส. พรพิพัฒน์ ที่บ้านในพื้นที่หมู่ 2 ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต มี น.ส.วิลาวรรณ เอียดคำ พี่สาวผู้ตายและพ่อแม่คอยต้อนรับ ทั้งหมดยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้ากับเหตุการณ์สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต โดยเฉพาะแม่ผู้ตายยังทำใจไม่ได้ถึงกับร่ำไห้เรียกชื่อลูกสาวตลอดเวลา นายณรงค์เปิดเผยว่ามาให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะพ่อแม่ยังอยู่ในอาการช็อก พ่อก็มีโรคประจำตัวเป็นความดัน ครอบครัวยังต้องดูแลลูกคนเล็กอีก 1 คน จึงต้องมาดูแลในส่วนนี้เป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องคดีมีการแจ้งความไว้แล้ว ตรงนี้ต้องรอพิสูจน์ในข้อเท็จจริงผวจ.ภูเก็ตกล่าวว่า ได้พูดคุยกับนายหิรัญ ประสานการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตต่างรู้สึกเศร้าใจ เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น จึงอยากให้กรณีนี้เป็นกรณีสุดท้าย เพราะการสูญเสียถ้าไม่เกิดขึ้นกับใครก็ไม่มีทางรู้ ขณะนี้ได้กำชับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาต่างๆว่า การทำกิจกรรมต้องอยู่ในกรอบที่เหมาะที่ควร เพราะผลที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือประมาทพลาดพลั้งไป แต่เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วความเสียหายมันเยอะ โดยเฉพาะความเสียหายทางด้านจิตใจของครอบครัวหรือญาติผู้สูญเสียช่วงสายวันเดียวกัน นายหิรัญ ประสานการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต พร้อมด้วยนายนพดล จันระวัง รองอธิการบดีฝ่ายกิจกรรมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเดินทางไปพบพ่อแม่ของผู้ตายเพื่อให้กำลังใจและมอบเงินเยียวยาเบื้องต้น 100,000 บาท แต่ครอบครัวได้ปฏิเสธ ยังไม่ขอรับเงินดังกล่าวในขณะนี้จะรอให้ทราบผลการชันสูตรศพถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจนจาก รพ.วชิระภูเก็ตเสียก่อน ขณะที่ศพ น.ส.พรพิพัฒน์ครอบครัวตกลงว่าจะยังไม่รับมาบำเพ็ญกุศลจนกว่าจะทราบผลการชันสูตรศพส่วนความคืบหน้าด้านคดี ล่าสุดพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เรียกนักศึกษารุ่นพี่และผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำหมดแล้ว รวมถึงลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาใคร เพราะต้องรอผลการชันสูตรศพจากแพทย์อย่างเป็นทางการเสียก่อน