มะม่วงเข้าสู่ช่วงพัฒนาผล อากาศร้อน และมีฝนตกเล็กน้อย กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนมะม่วงเฝ้าระวังการเข้าทำลายของแมลงวันผลไม้มักพบแมลงวันผลไม้เพศเมียใช้อวัยวะแทงเข้าไปวางไข่ในผลมะม่วง ทำให้เกิดรอยช้ำใต้ผิวเปลือก ตัวหนอนจะฟักจากไข่และอาศัยชอนไชอยู่ภายในผล ทำให้ผลเน่าเสียและร่วงหล่นลงพื้นเมื่อตัวหนอนโตขึ้นจะเจาะรูออกมาจากผลมะม่วงเพื่อเข้าดักแด้ในดิน และกลายเป็นแมลงวันผลไม้ตัวเต็มวัยส่วนผลที่หนอนเจาะเป็นรูจะมีน้ำไหลเยิ้ม ผลเละ เน่าเสีย และร่วงหล่น ผลที่ถูกทำลายมักมีโรคและแมลงชนิดอื่นๆเข้าทำลายซ้ำ ระยะนี้เกษตรกรควรหมั่นทำความสะอาดแปลงปลูกอย่าง สม่ำเสมอ ให้เก็บผลที่เน่าเสียออกจากแปลงและนำไปฝังกลบให้หน้าดินหนาอย่างน้อย 15 ซม.จากนั้นให้ห่อผลด้วยถุงกระดาษสีน้ำตาลหรือถุงกระดาษที่ภายในเคลือบด้วยกระดาษคาร์บอน เริ่มห่อเมื่อมะม่วงติดผลได้ 60 วัน และใช้กับดักแขวนก้อนสำลีชุบ สารเมธิลยูจินอลผสมสารฆ่าแมลงมาลาไทออน 83% อีซี ในอัตรา 4 : 1 นำไปแขวนไว้ในทรงพุ่มที่ระดับความสูง 1-1.5 เมตร 1 กับดักต่อพื้นที่ 1 ไร่ และหมั่นสังเกตปริมาณแมลงวันผลไม้ในกับดักทุกสัปดาห์ เพื่อเป็นตัวชี้วัดปริมาณแมลงวันผลไม้ในแปลงปลูกหากระบาดมาก ให้ฉีดพ่นด้วย มาลาไทออน 83% อีซี อัตรา 20-30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไตรอะโซฟอส 40% อีซี อัตรา 20-30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แลมบ์ดา–ไซฮาโลทริน 2.5% ซีเอส อัตรา 5 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตรฉีดพ่น 1-2 ครั้ง ห่างกัน 7 วัน และพ่นด้วยเหยื่อพิษ ยีสต์โปรตีน อัตรา 200 มิลลิลิตร ผสมกับ มาลาไทออน 83% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตรในน้ำ 5 ลิตร โดยพ่นเป็นแถบ แถวละ 1 แถบ หรือถ้าพ่นแถวละ 2 แถบ ให้พ่นแถวเว้นแถว ขนาดกว้างแถบละ 30 เซนติเมตร ในเวลาเช้าตรู่ และควรเริ่มพ่นก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต 1 เดือน.สะ–เล–เต