ผบช.ภ.1 แถลงรวบตัว “เสี่ยไฮ้” เจ้าของโรงงานปุ๋ยใน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี พร้อม “ไอ้แจ็ค” ลูกน้องคนสนิท ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีร่วมกันฆ่าเซลส์สาวขายปุ๋ย ชี้ปมมรณะทะเลาะกันเรื่องหึงหวง ลงมือสังหารเหยื่อในออฟฟิศแล้วใช้ผ้าปูที่นอนห่อศพ ก่อนยัดใส่รถเก๋งทิ้งน้ำอำพรางคดีนาน 3 ปี ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังให้การปฏิเสธ ด้านตายายเหยื่อโหดมั่นใจจับฆาตกรไม่ผิดตัว ขอสาปแช่งและอยากให้วิญญาณหลานเข้าสิงเสี่ยไฮ้ให้ฆ่าตัวตายที่ห้องประชุมกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 ธ.ค. พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช. พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ. อภิชาติ วรรณภักดิ์ รอง ผบก.สส. พ.ต.อ.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบก.สส. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายสันติ จึงทองดี อายุ 62 ปี หรือเสี่ยไฮ้ อยู่บ้านเลขที่ 145/1 หมู่ 11 ต.พระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ที่ 294/62 และนายนิวัฒน์ หรือแจ็ค เฉลิมวัฒน์ อายุ 36 ปีลูกน้องคนสนิท อยู่บ้านเลขที่ 2/14 หมู่ 9 ต.พุคำจาน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จังหวัดสระบุรี ที่ 293/62 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2562ทั้ง 2 คนมีความผิดข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ร่วมกันทำให้เสียหายเคลื่อนย้ายทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ใช้ประโยชน์ซึ่งศพ ส่วนของศพโดยไม่มีเหตุอันสมควร ร่วมกันกระทำการใดๆแก่ศพในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไปเพื่ออำพรางคดี จับกุมตัวได้จากบริษัท ห้าดาวเคมีภัณฑ์ จำกัด ต.พระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมาพล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ย.59 นางลั่นทม วงษ์สิงห์ อายุ 57 ปี มารดา เข้าแจ้งความที่ สภ.พระพุทธบาท จ.สระบุรีว่า น.ส.กลิ่นเกษร วงษ์สิงห์ อายุ 33 ปี ลูกสาว หายตัวไป ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย.59 ต่อมาเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.62 มีชาวบ้านแจ้งพบรถยนต์จมน้ำอยู่ในคลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก ต.บ้านโป่ง อ.หนองโดน จ.สระบุรี ตำรวจไปตรวจสอบตรวจพบรถเก๋งนิสสัน รุ่นพัลซ่าร์ สีขาว ทะเบียน 4 กฐ 6348 กรุงเทพมหานคร จมอยู่ ในรถยนต์พบดินโคลน ผ้าปูที่นอนห่อโครง– กระดูกมนุษย์ ซิลิโคน เสื้อผ้า เอกสารและบัตรพร้อมสิ่งของต่างๆหลายรายการ ส่งโครงกระดูกตรวจดีเอ็นเอ เพื่อพิสูจน์ทราบว่าเป็น น.ส.กลิ่นเกษร วงษ์สิงห์ หรือไม่ต่อมาผลตรวจพิสูจน์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้ตรวจรูปแบบสารพันธุกรรม (DNA) พบว่าชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์ที่พบในรถจมน้ำเทียบกับนางลั่นทม แม่ของ น.ส.กลิ่นเกษร มีความสัมพันธ์เป็นมารดาและบุตรกัน ยืนยันได้ว่าโครงกระดูกที่พบในรถคือ น.ส.กลิ่นเกษร จากการสืบสวนสอบสวนทำให้ทราบข้อเท็จจริงว่า น.ส.กลิ่นเกษร ผู้ตาย คบหาเป็นสามีภรรยากับนายสันติ แต่ได้ทะเลาะกันเรื่องหึงหวงแล้วหายตัวไป ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยานบุคคลต่างๆ ทำให้เชื่อว่าน่าจะถูกฆาตกรรมโดยใช้ผ้าปูที่นอนในออฟฟิศในบ้านของนายสันติ ห่อศพผู้ตายไว้ แต่ไม่ทราบวิธีที่ทำให้ตายที่แน่ชัด แล้วนำศพผู้ตายมาทิ้งคลองชลประทานเพื่ออำพรางคดีจากนั้นคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอต่อศาลจังหวัดสระบุรี ขออนุมัติหมายจับนายสันติ และนายนิวัฒน์ ลูกน้องคนสนิท เป็นผู้ร่วมกระทำความผิด และจับกุมตัว ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้ที่โรงงานปุ๋ยดังกล่าว เบื้องต้นนายสันติและนายนิวัฒน์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา หลังแถลงข่าว พล.ต.ท.อำพลได้สอบปากคำนายสันติและนายนิวัฒน์ ด้วยตัวเองนานกว่าครึ่งชั่วโมง ก่อนนำตัวทั้ง 2 คนกลับไปควบคุมไว้ที่ สภ.เมืองสระบุรี เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม และรอนำตัวส่งฟ้องฝากขังต่อศาลจังหวัดสระบุรี ระหว่างที่นำตัวออกมา ตำรวจได้ให้ผู้ต้องหาสวมหมวกและใส่หน้ากากอนามัย พร้อมใช้ผ้าปิดบังใบหน้าตลอดเวลา ผู้สื่อข่าวได้ตะโกนสอบถามผู้ต้องหาว่าอยากจะชี้แจงอะไรหรือไม่ แต่ทั้ง 2 คนไม่ยอมพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นรีบเดินขึ้นรถตู้ของตำรวจออกไปทันทีวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 47 หมู่ 19 ต.เนินขาม อ.เนินขาม จ.ชัยนาท เป็นบ้านเกิดของ น.ส.กลิ่นเกษร ผู้เสียชีวิต และพบกับนายทอด วงษ์สิงห์ อายุ 78 ปี พร้อมนางมนพ วงษ์สิงห์ อายุ 72 ปี ตาและยายของ น.ส.กลิ่นเกษร เพื่อสอบถามความรู้สึกหลังตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ นายทอดกล่าวว่า คิดว่าถ้ายังจับคนร้ายไม่ได้ครอบครัวคงกลัวอิทธิพลจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ระแวงคนผ่านไปผ่านมา แต่เมื่อตำรวจจับตัวคนร้ายได้รู้สึกดีใจ ขอบคุณตำรวจ รวมทั้งสื่อต่างๆด้วย ด้านนางมนพเผยว่า ขอสาปแช่งคนที่ฆ่าหลานสาว อยากให้ตายตกไปตามกัน อยากให้วิญญาณหลานสาวสิงสู่ให้มันฆ่าตัวเองตายยิ่งดี แต่บ้านเมืองมีกฎหมายให้ว่ากันไป เชื่อว่าตำรวจจับไม่ผิดตัวเพราะหลานอยู่กับคนนี้ หลังเสร็จคดีเตรียมนำกระดูกหลานกลับมาบำเพ็ญกุศลที่วัดวังคอไห วัดประจำบ้านเกิด