ที่ผ่านมาคงไม่มีใครปฏิเสธ ปัญหาเขาหัวโล้นในพื้นที่ภาคเหนือ เกิดจากการแผ้วถางทำไร่เลื่อนลอยและปลูกข้าวโพด ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศ และมิใช่การสร้างอาชีพที่ยั่งยืนบ้านสบขุ่น อ.ท่าวังผา จ.น่าน เป็นหนึ่งในนั้นที่ประสบปัญหาเดียวกันมาค่อนข้างยาวนาน เครือเจริญโภคภัณฑ์เห็นถึงปัญหา พร้อมกับต้องการสร้างความยั่งยืนในอาชีพของคนในพื้นที่ปี 2559 จึงเริ่มบุกเบิกพื้นที่ พลิกโฉมจากเขาหัวโล้นมาปลูกกาแฟ โดยให้เงินหมุนเวียนส่งเสริมการปลูกให้เป็นพืชทางเลือก แทนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ บนพื้นที่นำร่อง 330 ไร่ ขนานนามว่า “สบขุ่นโมเดล” ต้นแบบการฟื้นคืนผืนป่าน่านให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้งพร้อมไปกับสร้างโรงแปรรูปวิสาหกิจชุมชน สร้างป่าสร้างรายได้ บ้านสบขุ่น รับซื้อผลผลิตกาแฟเชอร์รีจากเกษตรกรของโครงการ และนำมาแปรรูปด้วยวิธีการสีกาแฟเชอร์รีโดยไม่ใช่น้ำ (Honey Process) เป็นต้นแบบในการเรียนรู้และพัฒนาแก่เกษตรกรในพื้นที่ถือเป็นการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร สร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาป่า ควบคู่ไปกับการมีรายได้ในการดำรงชีวิต สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถอยู่ร่วมกับป่าได้ด้วยวิถีธุรกิจอย่างยั่งยืนปัจจุบันโรงแปรรูปฯมีเกษตรกรในหมู่บ้านเป็นสมาชิกจำนวน 76 ราย มีพื้นที่ปลูกกาแฟครอบครองรวม 539 ไร่ เมื่อรับซื้อผลผลิตแล้ว จะหักรายได้จำนวนหนึ่งเป็นค่าบริหารจัดการกลุ่ม และสะสมเป็นเงินออมให้สมาชิกวันนี้ผลผลิตกาแฟเริ่มออกดอกออกผล ป้อนสู่โรงงานแปรรูปวิสาหกิจชุมชนได้เป็นครั้งแรก สร้างรายได้พร้อมไปกับรอยยิ้มให้กับชาวบ้านโดยสมาชิกคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า “ได้ขายกาแฟให้กับโรงแปรรูปนี้มาแล้ว 3 วัน วันแรกได้เงิน 500 บาท วันที่ 2 ขายได้ 800 บาท วันที่ 3 ขายได้กว่า 1,000 บาท รู้สึกดีใจมากที่มีรายได้ที่ดีเช่นนี้”ถือเป็นอีกจุดเริ่มต้นเล็กๆที่น่าชื่นชม.สะ–เล–เต