ข่าวที่ถูกวิจารณ์อย่างมากบนโลกโซเชียลออนไลน์ กรณีเด็กผู้หญิงอายุ 15 ปี ทำกระทงขายเป็นรายได้พิเศษ ถูกผู้ที่อ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ติดต่อให้ทำกระทงรูปการ์ตูนลายลิขสิทธิ์ พอถึงวันนัดรับ มีกลุ่มคนที่อ้างตัวว่าเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์มาจับกุม เรียกเงิน 50,000 บาท แลกกับการถอนแจ้งความ เหตุเกิดพื้นที่รับผิดชอบ สภ.เมืองนครราชสีมาเป็นประเด็นที่สังคมส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการของพวกอ้างลิขสิทธิ์มาหากินกับเด็ก ยิ่งสาวลึกลงไปพบว่า ชุดจับกุมโทรศัพท์สั่งให้เด็กทำกระทงการ์ตูนลายลิขสิทธิ์ เหมือนกับเป็นการ “ล่อซื้อ” ในทางกฎหมาย กรณีนี้เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาว่า การล่อซื้อให้คนอื่น โดยจ้างให้ทำผิด ไม่ถือเป็นผู้เสียหายทางกฎหมายชุดจับไม่มีอำนาจจับกุมบริษัทต้นสังกัดเจ้าของลิขสิทธิ์ออกหนังสือแจงว่าบริษัทไม่เคยมีนโยบายหรือมอบหมายให้ผู้ใดใช้บริษัทไปแอบอ้างเรียกค่าเสียหายแบบนี้ กลุ่มองค์การต่างๆ ทั้งสภาทนายความ ชมรม ต่างยื่นมือมาช่วยเหลือเด็ก ขอให้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกลับผู้ที่อ้างตัวเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์หากตัวแทนลิขสิทธิ์ผิดจริง โดนลงโทษอ่วมแน่ ทั้งแจ้งความเท็จ กรรโชกทรัพย์ ที่สำคัญไม่ใช่แค่รายนี้รายเดียว มีผู้เสียหายอีกกว่า 10 ราย ส่วนใหญ่ถูก “ล่อซื้อ” ให้ทำผิดแบบเดียวกัน พอมาถึงโรงพักเจรจาข่มขู่ อ้างถูกจับส่งเข้าคุก เสียอนาคต เด็กๆกลัวถูกจับ บางรายยอมจ่าย 30,000-50,000 บาท รายไหนไม่มีเงินก็ติดคุกถือเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง หากินอยู่บนความเดือดร้อนของคนอื่น จริงอยู่มีกฎหมายเรื่องลิขสิทธิ์คุ้มครองคนที่กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัท แต่ไม่ควรที่จะใช้วิธีการแบบนี้ ควรยึดกฎหมาย ตั้งแต่แจ้งความ ร้องทุกข์ การสืบสวนรวบรวมหลักฐาน นำไปสู่การจับกุม ไม่ใช่การ “ล่อซื้อ”ล่อลวงให้เด็กทำผิดแบบนี้พวกอ้างลิขสิทธิ์ พอจับกุมมาได้ไม่ได้คิดจะดำเนินคดีจริง ส่วนใหญ่จะเรียกมาคุย ข่มขู่ หวังใช้ความกลัวติดคุก ติดตะราง ตบทรัพย์เหยื่อ คิดดูง่ายๆ เดือนหนึ่งจับมาเคลียร์ 10-20 ราย เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่บริษัทใหญ่แห่งไหนที่ยังมอบอำนาจให้กลุ่มผู้แทนลิขสิทธิ์ควรที่จะไปตรวจสอบตัวแทนลิขสิทธิ์ด้วยว่าเป็นการทำงานในลักษณะนี้หรือไม่ มาขอซื้อหนังสือมอบอำนาจแล้วไป “ตบทรัพย์” ถอนทุนคืนทำความเสียหายตัวแทนลิขสิทธิ์ที่ดี ทำถูกต้องขอชื่นชม โดยเฉพาะประสานความร่วมมือกับตำรวจตรวจจับโกดัง โรงงาน ต้องจับให้หมด แต่พวกคนไม่ดี อ้างลิขสิทธิ์ ใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องมาเล่นกับเด็กเยาวชนแบบนี้เป็นสิ่งไม่ควรทำปัญหาตัวแทนลิขสิทธิ์ที่ตั้งตัวเป็นแก๊งรีดไถผู้ประกอบการ ไม่ใช่เพิ่งเกิดมา เป็นที่รู้จักกันของกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า มีตำรวจบางคนเข้าไปเกี่ยวข้อง ตำรวจเองควรที่จะแก้ไขได้แล้ว อย่าเห็นแก่ผลประโยชน์เข้าไปเกี่ยวข้องเป็นเครื่องมือให้คนพวกนี้มาเล่นงานประชาชนคนหาเช้ากินค่ำกรณีที่เป็นข่าวดังกระหึ่มขึ้นมา ตำรวจคงจะรู้ดีว่าตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่สังคมได้ตั้งข้อสงสัยตำรวจ.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th