แม้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วก็ตาม แต่หลายพื้นที่ยังคงมีฝนตก ความชื้นสูง เป็นปัจจัยเอื้อให้โรคพืชจากเชื้อราระบาดได้ กรมวิชาการเกษตร เตือนขอเกษตรกรชาวไร่สับปะรดให้เฝ้าระวัง โรคยอดเน่ารากเน่า สามารถพบได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของสับปะรดอาการที่ต้น...ใบยอดมีสีซีด โคนใบหรือฐานใบเน่าช้ำมีสีขาวอมเหลืองขอบแผลสีน้ำตาล และส่งกลิ่นเหม็นเฉพาะตัว เมื่อดึงส่วนยอดจะหลุดได้โดยง่าย ถ้าอาการรุนแรงกลุ่มใบตรงกลางต้นจะหักล้มพับลงมาอาการที่ราก...เริ่มแรกมีอาการใบสีซีดคล้ายอาการที่ต้น ใบด้านล่าง จะนิ่มกว่าปกติ และแห้งตายลามเข้ามาจากปลายใบ ต้นชะงักการเจริญเติบโต รากมีแผลสีน้ำตาล เปื่อย และเน่า หากดึงจะหลุดออกมาจากดินได้โดยง่ายอาการที่ผล...ผลมีขนาดเล็ก ผลจะเน่าเป็นจุดสีเขียวเข้ม เมื่อผ่าดูภายในเนื้อเยื่อจะเน่าเป็นสีน้ำตาลระยะนี้เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลง หากพบต้นที่เริ่มแสดงอาการของโรค ให้ขุดต้นที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที จากนั้นให้โรยปูนขาวในหลุมที่ขุด และทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรที่ใช้กับต้นที่เป็นโรคทุกครั้ง หรือให้ฉีดพ่นด้วย เมทาแลกซิล 25% ดับเบิลยูพี อัตรา 20-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม 80% ดับเบิล-ยูพี อัตรา 50-100 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟอสโฟนิก แอซิด 40% เอสแอล อัตรา 50-60 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 1 เดือน จำนวน 2 ครั้งและหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต ให้นำส่วนต่างๆของพืชที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายทันที หากจะปลูกสับปะรดในฤดูถัดไป ควรเลือกพื้นที่ปลูกที่ไม่เคยมีการระบาดของโรคนี้มาก่อน และควรทำแปลงปลูกให้มีการระบายน้ำที่ดี ไม่มีน้ำท่วมขัง กรณีเกิดน้ำท่วมขังควรรีบระบายน้ำออกจากแปลงโดยเร็วให้เลือกใช้ส่วนขยายพันธุ์ที่มีคุณภาพดีจากแหล่งปลอดโรค ก่อนปลูกควรแช่จุกหน่อพันธุ์ด้วย เมทาแลกซิล 25% ดับเบิลยูพี อัตรา 20-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟอสอีทิล–อะลูมิเนียม 80% ดับเบิลยูพี อัตรา 50-100 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟอสโฟนิก แอซิด 40% เอสแอล อัตรา 50-60 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร นาน 15-20 นาที.สะ-เล-เต