ชี้จับมือสถานประกอบการอบรมทุกปี เสนอใช้ผลฝึกเลื่อนวิทยฐานะดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เป็นประธานเปิดการประชุมเผยแพร่ผลการวิจัย “แนวทางการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาความเชี่ยวชาญของครูอาชีวศึกษา” และการขยายผลสู่การปฏิบัติ กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า สกศ.ขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมสมรรถนะและการจัดการเรียนรู้ด้านอาชีวศึกษา โดยจัดทำงานวิจัยแนวทางการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการพัฒนาความเชี่ยวชาญของครูอาชีวศึกษา และการขยายผลสู่การปฏิบัติ ซึ่งได้ร่วมมือกับคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (อ.กรอ.อศ.) ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือส่งเสริมและสนับสนุนพัฒนาสมรรถนะครูอาชีวศึกษาร่วมกัน โดย สกศ.รับผิดชอบในการทำวิจัยและข้อเสนอเชิงนโยบาย แนวทางการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาความเชี่ยวชาญของครูอาชีวศึกษาดร.สุภัทรกล่าวต่อว่า สกศ.จัดทำแนวทางการพัฒนาสมรรถนะครูอาชีวศึกษาร่วมกับสถานประกอบการ โดยแบ่งเป็น 4 ส่วนคือ 1.หลักสูตร ควรมีข้อตกลงร่วมกันระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ ที่มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการปฏิบัติงานของสถานประกอบการในทุกมิติ 2.การ บริหารจัดการนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกระบวนการคัดเลือกครูอาชีวะสอดคล้องกับแผนความต้องการ โดยจับคู่สถานศึกษากับสถานประกอบการอย่างเหมาะสม มีการออกแบบการวัดและประเมินผลร่วมกัน และสร้างกลไกการเผยแพร่ข่าวสารและการรับรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงข้อมูลการพัฒนา3.งบประมาณ ควรมีการจัดตั้งกองทุนการพัฒนาครูอาชีวศึกษาร่วมกับสถานประกอบการ โดยจัดงบประมาณดำเนินงานเพื่อการพัฒนาครูอาชีวะทุกคนอย่างต่อเนื่องทุกปี 4.ควรมีการกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบการพัฒนาครูอาชีวศึกษาร่วมกับสถานประกอบการ ที่มีการดำเนินการร่วมกับ อ.กรอ.อศ. และ 5.ปัจจัยสู่ความสำเร็จนั้น ต้องมีการกำหนดแรงจูงใจให้สถานประกอบการ สถานศึกษา และครูอาชีวะ เช่น การนำผลการฝึกอบรมไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการขอเลื่อนวิทยฐานะได้ กำหนดเงื่อนไขให้ครูที่ผ่านการฝึกอบรมจัดทำโครงการขยายผล มีการวางเงื่อนไขให้ครูต้องเข้าฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอ และมีการประเมินสมรรถนะของบุคลากรเป็นประจำ.