ช่วงฤดูฝนมักจะมีข่าวโพสต์แชร์กันในโลกโซเชียล...พบแมลงชนิดหนึ่งเกาะอยู่เฉยๆ มักกระดกก้นขึ้น มีพิษร้ายกัดคน และทำให้เป็นแผลเหวอะหวะผศ.สุขสวัสดิ์ พลพินิจ ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความรู้แมลงชนิดนี้มีชื่อเรียกว่า “ด้วงก้นกระดก” ตามอาการกระดกก้นขึ้น–ลง และมีชื่อเรียกเป็นอย่างอื่นอีกว่า ด้วงปีกสั้น หรือด้วงก้นงอน ลักษณะลำตัวเป็นเงามัน ขนาดตัวโตเต็มที่ยาวไม่เกิน 1 ซม. หัวมีสีดำ ปีกสีน้ำเงินเข้ม ลำตัวสีดำสลับส้ม จะอาศัยอยู่ในพงหญ้าที่มีความชื้น และชอบออกมาเล่นไฟตามบ้านเรือนในตอนกลางคืนสามารถพบได้ทั่วโลก แต่จะพบมากที่สุดในอเมริกาเหนือ มีมากถึง 3,100 ชนิด...ในบ้านเรา คาดว่ามีอยู่ 20 ชนิดโดยธรรมชาติแล้ว “ด้วงก้นกระดก” มีประโยชน์เป็นตัวห้ำคอยกินแมลงศัตรูพืช แต่ก็มีพิษต่อคน ส่วนใหญ่จะพบพิษในตัวเมีย ปกติจะไม่กัดหรือต่อยคน หากตกใจ ถูกตี ถูกบีบ บดขยี้ จะปล่อยสารพิษออกมาเพื่อป้องกันตัวนั่นเอง เป็นสารพิษที่เรียกว่า เพเดอริน...หากถูกพิษภายใน 24 ชั่วโมงแรก จะเกิดผื่นแพ้ที่ผิวหนังอย่างเฉียบพลัน และเกิดการอักเสบ แสบร้อน พุพอง และอาการจะขยายวงกว้างขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ในรายที่แพ้รุนแรง อาจมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเส้นประสาท ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน หรืออาจเป็นผื่นแดงนานหลายเดือนฉะนั้นเมื่อถูกพิษ “ด้วงก้นกระดก” ให้รีบล้างด้วยน้ำเปล่า ฟอกสบู่ หรือเช็ดด้วยแอมโมเนียในทันที จากนั้นรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธีแต่ยังไม่เคยพบว่าทำให้คนเสียชีวิต...หากพบเจอห้ามบี้ หรือสัมผัส และควรเปิดไฟเท่าที่จำเป็น เพราะมันชอบออกมาเล่นแสงไฟ และเล็ดลอดเข้าในบ้านเรือนได้ ดังนั้นควรปิดประตูตู้เสื้อผ้า ประตูบ้านและหน้าต่างให้มิดชิดก่อนนอน และควรปัดที่นอน หมอน มุ้ง ผ้าห่ม ให้แน่ใจว่าไม่มีด้วงชนิดนี้เกาะอยู่.