ผอ.มูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย จวกแหลกตำรวจจับกุมกัญชามูลนิธิขวัญข้าว ระบุเป็นช่วงนิรโทษกรรมผู้ครอบครองกัญชา ทำไมไม่ให้โอกาสแจ้งครอบครองก่อนหนุนเจ้าของมูลนิธิเสียสละศึกษาใช้กัญชาผลิตยาแจกจ่ายผู้ป่วยแล้วนับหมื่นราย เปิดบัญชีรับบริจาคเงินระดมทุนประกันตัวเจ้าหน้าที่มูลนิธิที่ถูกจับ รวมทั้งเป็นค่าใช้จ่ายสู้คดี ขณะที่ตำรวจโต้ทันควันการจับกุมเป็นไปตามกฎหมายขณะนั้น หากไม่จับตำรวจติดคุก ยันตำรวจไม่ได้คัดค้านการประกันตัว แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันเองจากกรณี พ.ต.ท.ปกรณ์ จุนเขียว หัวหน้าชุด ปปส.ภ.จ.สุพรรณบุรี ร่วมกับทหาร เข้าตรวจค้นมูลนิธิขวัญข้าว เลขที่ 13/1 หมู่ 3 ต.สระแก้ว อ.เมืองสุพรรณบุรี ยึดต้นกล้ากัญชาสูง 1 ฟุต กว่า 200 ต้นปลูกในถุงดำ มีเมล็ดพันธุ์กัญชาบรรจุอยู่ในถุงซิป 5 ถุง และผงกัญชาแห้ง 5 ถุง และน้ำกัญชาจำนวนหนึ่ง คนงานระบุว่า กัญชาเป็นของนายเดชา ศิริภัทร กรรมการบริหาร มูลนิธิ นำมาผลิตเพื่อใช้เป็นยารักษาโรค เมล็ดพันธุ์นำมาทดลองปลูก เบื้องต้นจับกุมนายพรชัย ชูเลิศหรืออาจารย์ซ้ง เจ้าหน้าที่มูลนิธขวัญข้าว ในข้อหาร่วมกับผลิตและครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท5 (กัญชา)ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 7 เม.ย. นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผอ.มูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย กล่าวถึงการจับกุมกัญชาในมูลนิธิขวัญข้าวที่ตำรวจออกหมายเรียกนายเดชา ศิริภัทร ครูผู้สอนเรื่องข้าวและเกษตรกรรมยั่งยืนมาดำเนินคดีว่า รู้สึกเสียใจแทนอาจารย์เดชา เนื่องจากเป็นผู้เสียสละในการศึกษาเรื่องกัญชาทางการแพทย์ และมอบให้แก่ผู้ป่วยผ่านวัดต่างๆ มีผู้ป่วยรับยาแล้วประมาณหมื่นราย ปัญหาคือช่วงนี้ยังมีกฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ครอบครองกัญชา ตนทราบว่าอาจารย์เดชา มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ไปยื่นแจ้งการครอบครอง ขณะนี้ก็ยังอยู่ในกรอบ 90 วันตามกฎหมาย ทำไมถึงไม่มีการสอบถามหรือให้โอกาสในการแจ้งครอบครองกัญชาก่อน การดำเนินการเช่นนี้อาจเป็นดาบสองคม ทำให้คนที่อยู่ใต้ดินอาจยิ่งกลัว อยากให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องแจ้งเรื่องนี้ให้ชัดเจนขณะนี้นายพรชัย ชูเลิศ หรืออาจารย์ซ้ง เจ้าหน้าที่มูลนิธิขวัญข้าว ถูกจับกุมตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. เรากำลังรวบรวมขอรับเงินบริจาคเพื่อจะนำไปประกันตัว และนำไปใช้จ่ายในการต่อสู้คดีให้ทางอาจารย์เดชาได้รับหมายเรียกกรณีผลิต มีไว้ในครอบครอง และแจกจ่ายน้ำมันกัญชาเพื่อการรักษาโรคต่อไป อาจารย์เดชา ยังอยู่นอกประเทศติดภารกิจ แต่กำลังเดินทางกลับ ส่วนการประกันตัวนายพรชัยจะไปยื่นขอประกันตัวที่ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ในช่วงบ่ายวันที่ 9 เม.ย. ผู้สื่อข่าวถามว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่า จะช่วยเรื่องการประกันตัว นายวิฑูรย์กล่าวว่า รับทราบผ่านโซเชียลมีเดียเช่นกัน แต่ยังไม่ได้ประสานงานกันนายวิฑูรย์กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาคประชาชนยังคงต้องรับบริจาค เพื่อนำเงินมาช่วยประกันตัว 5 แสนบาท เรื่องการต่อสู้คดีน่าจะใช้เงินจำนวน 1.5 ล้านบาท ได้เปิดบัญชีขอรับบริจาครวม 2 บัญชี คือบัญชีชื่อนางเหรียญ ใกล้กลาง เลขบัญชี 3902118828 ธนาคารกสิกรไทย และบัญชีนายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผอ.มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI)/น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค / นางสาวทัศนีย์ วีระกันต์ ผู้ประสานงานมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) เลขบัญชี 414 0321598 บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเซ็นเตอร์วัน ช็อปปิ้ง พลาซ่า มียอดบริจาครวมแล้วประมาณ 1 ล้านบาท หากใครร่วมบริจาคโปรดส่งหลักฐานการโอนเงินมายังกล่องข้อความ ของเพจไบโอไทยได้ https://www.facebook.com/biothai ด้าน พ.ต.อ.อดิเศรษฐ์ บำรุง ผกก.สภ.แก้ว อ.เมืองสุพรรณบุรี เจ้าของพื้นที่ กล่าวเรื่องเดียวกันว่า ที่ดำเนินคดีนายพรชัย เพราะนายพรชัยให้การว่าเป็นผู้ช่วยขอ“งนายเดชา เป็นวิทยากรอบรมเรื่องกัญชาและร่วมผลิตกัญชาด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นแอดมินเฟซบุ๊กชื่อ “ปฏิวัติกัญชา” ด้วย ตำรวจส่งฝากขังส่งตัวเข้าเรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรีแล้ว เนื่องจากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทั้งที่ตำรวจไม่ได้คัดค้านการประกันตัวแต่อย่างใด ส่วนนายเดชาทราบว่าจะกลับวันที่ 10 เม.ย.นี้ ชุดสืบสวนเร่งรวบรวมหลักฐานเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมผู้ครอบครองกัญชา ตนไม่ทราบการจับกุมเป็นไปตามกฎหมายขณะนั้น ขณะนี้การครอบครองกัญชาเป็นเรื่องผิดกฎหมายก็ต้องจับ ถ้าไม่จับตำรวจก็ต้องติดคุก เท่าที่ตรวจสอบยังไม่มีหลักฐานการอนุญาตครอบครองกัญชาของมูลนิธิแต่อย่างใด ต่อไปจะมีนิรโทษกรรมหรือไม่ ต้องดูกฎหมายตรงนั้นว่ามีผลย้อนหลังหรือเปล่า