สาลิกา...เป็นพันธุ์ทุเรียนพื้นบ้านของ อ.กะปง จ.พังงา การสืบหาประวัติไม่พบว่าปลูกมาตั้งแต่เมื่อไร แต่ที่แน่ๆมีพื้นที่ปลูกรวมกันประมาณ 1,000 ไร่ และต้นที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุกว่า 100 ปีผลค่อนข้างกลมคล้ายแอปเปิ้ล สามารถตั้งได้โดยไม่ล้ม ความยาวผลรวมขั้วผล 30 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20 ซม. มีหนามสั้น ถี่ ผลดิบเปลือกสีเขียวเข้ม เมื่อแก่สีจะอ่อนลงเล็กน้อย และมีสีน้ำตาลอ่อนคล้ายสนิมบริเวณร่องพู ลูกไม่ใหญ่น้ำหนัก 1.5-2 กก. แต่ละพูยาวแค่ 6-7 ซม. ขนาดกำลังพอเหมาะสำหรับนักชิมนอกจากเนื้อละเอียดเป็นเส้นใย สีเหลืองเข้มคล้ายพันธุ์ชะนี แต่รสชาติหวานกว่า กลิ่นไม่ฉุน เมล็ดยังเล็กลีบ เนื้อหนา เปลือกบาง ตรงนี้คุ้มค่าสำหรับผู้บริโภค เพราะน้ำหนักของทุเรียนส่วนใหญ่จะอยู่ที่เปลือกกับเมล็ดเป็นทุเรียนที่ชอบอากาศร้อนชื้น ทนต่อโรคใบติด ด้วยพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นเนินเขา ปัญหาเรื่องโรครากเน่าเลยแทบไม่พบ เป็นลักษณะเด่นทางภูมิศาสตร์ต่างจากทุเรียนพันธุ์อื่น ให้ผลผลิตได้เมื่อปลูกไปแล้ว 4-5 ปี ผลสุกพร้อมรับประทานเมื่ออายุ 110 วันหลังดอกบาน หรือ 90 วันหลังติดผล เริ่มให้ผลผลิตตั้งแต่ปลายพฤษภาคม แต่ผลผลิตออกเยอะจริงๆช่วงมิถุนายนถึงกรกฎาคมถือเป็นพืชอัตลักษณ์ สร้างชื่อเสียง รายได้ ให้กับชาวพังงา... เกษตรกร สภาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และบริษัทประชารัฐ จึงได้ร่วมกันยื่นขอจดทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประกาศรับทุเรียนสาลิกาพังงาเป็นสินค้าจีไอไปเมื่อ 4 ธ.ค.61...ถือเป็นสินค้าเกษตรจีไอตัวแรกของ จ.พังงา และเป็นทุเรียนจีไอน้องใหม่ของไทย สนใจชิมต้องพังงาที่เดียวเท่านั้น สนนราคา กก.ละ 300-400 บาท แต่คงหายากพอสมควร ต้องสั่งจองตั้งแต่เพิ่งเห็นดอก 08-9866-5011ไหนๆจดทะเบียนจีไอกันแล้ว อย่าเก่งแค่จด...ช่วยมีมาตรการไม่ให้เอาไปปลูกกันพร่ำเพรื่อได้ไหม เพราะเดี๋ยวจีไอจะไม่ศักดิ์สิทธิ์ แล้วพาชาวบ้านเจ๊งเหมือนพืชจีไอหลายตัวที่พวกท่านได้ทำกันมา.สะ–เล–เต