พระสงฆ์ชายแดนใต้ผวาไม่กล้าออกบิณฑบาต หลังกลุ่มโจรนรกบุกฆ่าพระคาวัด 2 รูป ที่สุไหงปาดี ชาวไทยพุทธต้องนำอาหารไปใส่บาตรที่วัดแทน ขณะเดียวกัน แม่ทัพภาค 4 ผบช.ภ.9 ผู้ว่าฯ ลงตรวจสอบวัดที่เกิดเหตุพบรอยกระสุนยิงกุฏิ ศาลาการเปรียญจนพรุน ปลอกกระสุนเอ็ม 16 ตกเกลื่อนพื้น เผยคนร้ายซ้อน จยย.มา 5-6 คน เจ้าอาวาสตะโกนถาม “โยมเข้ามาทำไม ไม่แจ้งให้ทางวัดทราบก่อนในยามวิกาล” แต่โจรไม่ตอบกลับกราดยิงใส่ไม่ยั้ง ขณะที่หลายฝ่ายรุมประณามเป็นการกระทำป่าเถื่อนไร้มนุษยธรรมจากเหตุการณ์สะเทือนใจที่กลุ่มคนร้ายกว่า 10 คน ใช้ จยย.เป็นพาหนะพร้อมอาวุธสงครามบุกเข้าไปในวัดรัตนานุภาพ หรือวัดโคกโก หมู่ 2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ก่อนกระจายกันยิงถล่มใส่กุฏิพระเป็นเหตุให้พระครูประโชติรัตนานุรักษ์ เจ้าอาวาสและเจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี มรณภาพพร้อมพระลูกวัด 2 ศพ และพระลูกวัดบาดเจ็บอีก 2 รูป เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมาต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ม.ค. พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 เดินทางมาค้างแรมตั้งแต่คืนวันที่ 18 ม.ค. หลังเกิดเหตุที่วัดรัตนานุภาพหรือวัดโคกโก ได้ร่วมกับ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 และนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมทั้งให้กำลังใจชาวไทยพุทธที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และอำเภอใกล้เคียง จำนวนกว่า 200 คน ที่ต่างตกอยู่ในสภาวะเสียขวัญกำลังใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากการตรวจสอบกุฏิพระหลังที่ 2 และ 3 อยู่ด้านซ้ายของอุโบสถ สร้างด้วยไม้ยกพื้นชั้นเดียวมีร่องรอยกระสุนของคนร้ายยิงพรุนทั้ง 2 หลัง และมีคราบเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ พร้อมกระสุนปืน เอ็ม 16 ที่ตกกระจายเกลื่อนพื้นจำนวนมาก และพบร่องรอยของกลุ่มคนร้ายได้แฝงตัวเข้ามาด้านซ้ายของกุฏิที่เป็นส่วนยางพารา โดยคนร้ายได้ยิงถล่มใส่กุฏิจนพระประเวศ สุขแก้ว ที่อาศัยอยู่ในกุฏิได้รับบาดเจ็บนอกจากนี้ ศาลาการเปรียญพบร่องรอยกระสุนบริเวณฝาผนังด้านข้างของศาลาฯเป็นรูพรุนเช่นกันศาลาแห่งนี้ถูกยิงถล่มขณะพระครูประโชติรัตนานุรักษ์ เจ้าอาวาสกับพระลูกวัดกำลังนั่งฉันน้ำชา เพื่อรอเวลาปฏิบัติกิจสงฆ์ภายในอุโบสถและพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกเกลื่อนพื้น สอบถามพระลูกวัดทราบว่า ขณะที่เจ้าอาวาสกับพระลูกวัด นั่งฉันน้ำชามีกลุ่มชายฉกรรจ์ 5-6 คน ซ้อนรถ จยย.มาจอดหน้าศาลา พระครูประโชติฯสอบถามไปว่า “โยมเข้ามาทำไม ไม่แจ้งให้ทางวัดทราบก่อนในยามวิกาล” แต่กลุ่มคนร้ายไม่ตอบกลับระดมอาวุธสงครามยิงใส่เจ้าอาวาสกับพระลูกวัดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนพระมรณภาพและบาดเจ็บก่อนที่จะหลบหนีออกไปทางด้านประตูหน้าระหว่างหลบหนีกลุ่มคนร้ายได้พบกับกลุ่ม ชรบ.ที่วิ่งตามเสียงปืนมาจนทั้งสองฝ่ายเกิดยิงปะทะกันแต่คนร้ายหลบหนีไปได้ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมาจนถึงรุ่งเช้า เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เดินทางมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดเพื่อนำไปตรวจสอบทางกระบวนการวิทยาศาสตร์และจากการประเมินในเบื้องต้นคาดว่ากลุ่มคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 10 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุในครั้งนี้เพราะยังมีกลุ่มที่ดูลาดเลาด้วยหลังจากเสร็จสิ้นการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 พล.ต.ท. รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 และนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส ได้ร่วมกันพบปะชาวบ้านมีทั้งไทยพุทธและมุสลิมบางส่วน ที่ทราบข่าวได้เดินทางมาทราบข้อเท็จจริงเหตุที่เกิดขึ้น ภายใต้ความกังวลถึงเรื่องความปลอดภัย แม่ทัพภาค 4 ได้กล่าวกับชาวบ้านว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างสถานการณ์ของคนร้าย เพื่อต้องการให้เกิดความแตกแยกในพื้นที่ ชาวบ้านอย่าตกหลุมพรางของคนร้าย เจ้าหน้าที่จะมีมาตรการดูแลในการรักษาความปลอดภัยวัดทุกแห่งในพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย จนสร้างขวัญกำลังให้กับชาวบ้านเป็นที่น่าพึงพอใจ ต่อมา พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 และนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส ร่วมแถลงข่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยที่เกี่ยวข้องได้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมอย่างเข้มข้น ขอให้ชาวบ้านไว้วางใจ ในส่วนของพระสงฆ์ไม่ได้มีการสั่งหรือห้ามและกำชับในการออกบิณฑบาตแต่ให้วัดแต่ละวัดเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสมเพื่อความปลอดภัย ส่วน พล.ต.ท.รณศิลป์กล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อเป็นกลุ่มคนร้ายกลุ่มเดิมๆที่เคยร่วมกันก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก และร่วมกันยิงอาสาสมัครรักษาดินแดน อ.สุไหงปาดีเสียชีวิตหลังจากก่อเหตุได้หลบหนีไปซ่อนตัวในประเทศเพื่อนบ้านและลักลอบข้ามแดนมาก่อเหตุในครั้งนี้ มุ่งสร้างความแตกแยกระหว่างไทยพุทธและมุสลิมขณะที่นายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส กล่าวว่า สำหรับกรณีพระสงฆ์ที่มรณภาพและได้รับบาดเจ็บนั้นจะมีการเยียวยาตามกฎหมาย ในเร็ววันนี้ทางจุฬาราชมนตรีและประธานกรรมการอิสลาม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเดินทางมาให้กำลังใจพระสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งการพบปะพูดคุยกับผู้นำศาสนาเพื่อสร้างความเข้าใจถึงเป้าหมายของกลุ่มคนร้ายที่พยายามสร้างความแตกแยก ดังนั้นอย่าตกหลุมพรางโจรใต้เสี้ยมให้แตกแยก ที่ จ.ปัตตานี หลังเกิดเหตุคนร้ายบุกเข้าไปในวัดรัตนานุภาพ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส สร้างความหวาดผวาให้กับพระสงฆ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทำให้พระในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา งดบิณฑบาตเนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะที่วัดนิกรชนาราม อ.เมืองปัตตานี ตามปกติพระสงฆ์กว่า 10 รูปจะออกบิณฑบาตทุกเช้าตามถนนเส้นทางต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี แต่เช้าวันเดียวกันนี้ไม่มีพระออกบิณฑบาตทำให้ชาวไทยพุทธต้องนำอาหารมาใส่บาตรที่วัดแทน โดยพระจะรอรับบาตรภายในวัด ขณะเดียวกันช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ชาวไทยพุทธยังได้ร่วมสวดมนต์ไหว้พระเพื่อแสดงความไว้อาลัยแด่พระสงฆ์ 2 รูปที่มรณภาพจากเหตุการณ์ความไม่สงบพร้อมกราบไหว้ขอพรจากหลวงพ่อทันใจ ขอให้พื้นที่ชายแดนใต้เกิดความสันติสุข สำหรับหลวงพ่อทันใจเป็นพระพุทธรูปที่ชาวพุทธปัตตานีให้ความเคารพสักการะบูชาเพราะถือว่าเมื่อขอพรแล้วจะได้ดั่งพรทันใจพล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี ได้มีคำสั่งไปยังหน่วยกำลังทหาร ตำรวจในพื้นที่ 12 อำเภอให้เข้าไปดูแลความปลอดภัยวัดทุกแห่งและชุมชนชาวไทยพุทธ พร้อมกับจัดชุดลาดตระเวนเส้นทางและการตั้งจุดตรวจบนถนน โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัย เน้นย้ำการระวังป้องกันและตอบโต้ในทุกรูปแบบ เนื่องจากมีรายงานจากหน่วยความมั่นคงว่า แกนนำหลายคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการระดมแนวร่วมเตรียมที่จะออกมาก่อเหตุในทุกรูปแบบ ดังนั้นควรเฝ้าระวังความปลอดภัยของตนเองและประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่คนร้ายอาจจะก่อเหตุในพื้นที่ล่อแหลมที่มีเป้าหมายอ่อนแอ และให้ผู้บังคับหน่วยปรับแผนยุทธวิธีการปฏิบัติให้รัดกุมยิ่งขึ้นและพร้อมตอบโต้ทุกครั้ง ขณะที่พระครูปลัดชัยยะ เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน จ.ปัตตานี กล่าวว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ดูแลทุกคนไม่ว่าผู้นำศาสนา พระ ประชาชนและข้าราชการเพราะคนร้ายไม่สนว่าเป็นใคร แม้แต่ศาสนาเดียวกันยังลงมือ ไม่ว่าข้าราชการมุสลิม ตำรวจมุสลิม ทุกคนถูกกระทำเหมือนกันหมด ฉะนั้นเรื่องขวัญกำลังใจและการเยียวยาคือเรื่องใหญ่ที่ทุกคนต้องการ เพราะผู้ที่กระทบส่วนใหญ่จะได้รับการดูแลแค่เบื้องต้น แต่หลังจากนั้นครอบครัวต้องรับภาระหนักเป็นสองเท่า จึงอยากให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือ อย่าคิดว่าเรื่องนี้เล็กเรื่องนี้ใหญ่ ให้ทุกเรื่องเป็นเรื่องที่เท่ากัน“อาตมาอยากให้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความสามัคคี เมื่อความสามัคคีเกิดขึ้นทุกอย่างจะสำเร็จ ยอมรับว่าทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ดีทุกหน่วยแต่มันอยู่ที่ว่าจุดใต้สำนึกของแต่ละคนจะมีความรักต่อประเทศไทยไหม ถ้ารักเหตุการณ์ร้ายจะไม่เกิดขึ้น ส่วนจะเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดูแลวัดตลอดเวลาหรือไม่นั้น เรื่องนี้ขอให้เป็นเรื่องความสมัครใจของทางวัดดีกว่าว่าวัดไหนต้องการให้เจ้าหน้าที่ เข้าดูแลหรือไม่ต้องการ” พระครูปลัดชัยยะกล่าวนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) ให้กำลังใจพี่น้องประชาชน ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองทุกคน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะที่ จ.นราธิวาส หลังเกิดเหตุคนร้ายบุกโจมตีวัดทำให้พระสงฆ์มรณภาพและบาดเจ็บ นายกฯได้ประณามการกระทำที่อุกอาจพร้อมกำชับเจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนและไล่ล่าคนร้ายมาลงโทษให้ได้ ขอให้เชื่อใจรัฐบาลจะปกป้องประเทศชาติและประชาชน ด้วยการรักษาความสงบเรียบร้อยให้ดีที่สุดส่วน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กระทรวงกลาโหม กล่าวประณามการกระทำป่าเถื่อนและไร้ซึ่งมนุษยธรรมของกลุ่มก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ทำร้ายสังหารประชาชนและพระสงฆ์ในศาสนสถานอย่างอุกอาจ เพียงเพื่อต้องการสร้างความแตกแยก แสดงให้เห็นถึงการมีอยู่ของขบวนการหรือองค์กร โดยเฉพาะกลุ่มอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลัง ที่ใช้ความรุนแรง สร้างความกลัว กดขี่จำกัดสิทธิเสรีภาพพี่น้องชาวไทยและแสวงประโยชน์ในพื้นที่ อยากขอเรียกร้องให้คนไทยทุกภาคส่วนและองค์กรเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนร่วมกันประณามการกระทำป่าเถื่อนอย่างเปิดเผยขณะที่ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศ ไทย ออกแถลงการณ์ ขอประณามโจรก่อการร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ฆ่าพระสงฆ์ ใน จ.นราธิวาส ระบุว่าเป็นพฤติกรรมที่ชั่วร้าย ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ นับเป็นสิ่งที่สมควรถูกประณาม จึงออกแถลงการณ์ประณามผู้ก่อการร้ายพร้อมทั้งขอเรียกร้องจากภาครัฐประณามโจรก่อการร้ายที่ไล่ฆ่าพระสงฆ์ถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรมอย่างที่สุดเพราะเป็นการกระทำต่อพระภิกษุผู้สงบ ผู้บริสุทธิ์ ผู้ซึ่งที่ไม่ได้เป็นภัยต่อผู้ใด ขอเรียกร้องให้องค์กรสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ออกมาร่วมประณามต่อการกระทำที่โหดเหี้ยมของผู้ก่อการร้ายในครั้งนี้ เช่นเดียวกับที่ท่านเคยได้ออกมาปกป้องผู้หลงผิดเสมอมา ขอให้ฝ่ายความมั่นคง มีมาตรการที่เด็ดขาดต่อโจรก่อการร้าย ดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้นต่อผู้กระทำผิด และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายในครั้งนี้ เพราะนับได้ว่าเป็นบ่อนทำลายชาติ และศาสนา และขอให้พี่น้องชาวพุทธทั่วประเทศไทยช่วยกันส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวพุทธในพื้นที่โดยด่วน ที่สำนักจุฬาราชมนตรี ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอประณามกรณีการสังหารพระสงฆ์ อิหม่าม และประชาชนผู้บริสุทธิ์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยขอเรียกร้องให้ผู้ก่อความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม ยุติการทำร้ายและสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์และผู้นำศาสนา ได้แก่ พระสงฆ์ อิหม่าม นักพรต นักบวชของทุกศาสนาในทันที ให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะหน่วยงานที่รับผิด ชอบช่วยกันปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ป้องกันมิให้ความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์เกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะต่อชีวิตเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้นำศาสนา และศาสนสถานของทุกศาสนาและให้รัฐบาลและเอกชน ทุกภาคส่วนเร่งสร้างความเข้าใจต่อประชาชนทุกศาสนา เพื่อให้ตระหนักถึงการรักษาสัมพันธภาพอันดีต่อกันและกันเอาไว้ เพื่อธำรงสันติสุขและความมั่นคงสืบไปด้านนายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะรองโฆษก พศ. กล่าวว่า พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ.ได้มีคำสั่งให้ส่งเจ้าหน้าที่ พศ. เดินทางไปวัดรัตนานุภาพ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและเพื่อปลอบขวัญ ให้กำลังใจแก่พระภิกษุสามเณร รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่ อีกทั้งประสานงานกับเจ้าคณะผู้ปกครองในพื้นที่เหตุการณ์ดังกล่าว ในเบื้องต้นได้ขออนุมัติเงินกองทุนวัดช่วยวัด จัดถวายช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวพระภิกษุที่มรณภาพ จำนวน 1 แสนบาท และพระภิกษุที่รับบาดเจ็บ 50,000 บาท เป็นค่ารักษาเบื้องต้นวันเดียวกัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)ออกแถลงการณ์เรื่องประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง กรณีการบุกยิงถล่มวัดรัตนานุภาพเป็นเหตุทำให้พระภิกษุมรณภาพและการยิงโต๊ะอิหม่ามรือเสาะเสียชีวิตในจังหวัดนราธิวาส ผู้นำศาสนาทั้งพุทธและอิสลามที่ถูกพรากชีวิตไป มิควรจะถูกลบหลู่หรือทำร้าย แม้จะมีแนวคิดแตกต่างกันจึงขอประณามการกระทำความรุนแรงที่ไร้มนุษยธรรม ผิดต่อกฎหมายและละเมิดสิทธิมนุษยชน ขอให้ผู้ก่อเหตุการณ์ยุติการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม ผิดกฎหมาย และละเมิดสิทธิมนุษยชนทันทีพล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร. กล่าวถึงเหตุสถานการณ์ความรุนแรงที่ภาคใต้ว่า ผบ.ตร. มีความเป็นห่วงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สั่งการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ในการสืบสวนสอบสวนขณะนี้ ผบช.ภ.9 ผบก.จ.นราธิวาส ผบก.จ.ปัตตานีและแม่ทัพภาค 4 อยู่ระหว่างดำเนินการ และป้องกันไม่ให้เหตุเกิดขึ้นอีก รวมถึงดำเนินการเรื่องสิทธิประโยชน์ของกำลังพลที่สูญเสียด้วยขณะที่นายแบรด อดัมส์ ผอ.องค์การสิทธิมนุษยชนฮิวแมน ไรท์ วอตช์ ประจำภูมิภาคเอเชีย ออกแถลงการณ์ว่า การโจมตีอย่างน่าหวาดกลัวต่อพระสงฆ์โดยกลุ่มก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ของไทยนับเป็นการกระทำอย่างไร้จิตสำนึกถือเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม ผู้ลงมือก่อเหตุสมควรต้องรับผิดชอบและไม่ว่ากลุ่มก่อความไม่สงบจะอ้างเหตุผลใดๆ แต่การเลือกโจมตีพระสงฆ์หรือพลเรือนชาวมุสลิมก็ไม่สามารถอ้างความชอบธรรมได้ ตามกฎของการทำสงครามหรือที่เรียกว่ากฎมนุษยธรรมสากลนั้น ห้ามการโจมตีต่อพลเรือน สถานที่ทางศาสนารวมถึงการโจมตีอย่างไม่แยกแยะว่าเป้าหมายเป็นพลเรือนหรือหน่วยรบแต่กลุ่มก่อความไม่สงบกลับละเมิดกฎอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฮิวแมน ไรท์ วอตช์ ได้ประณามการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบมาโดยตลอด ต่อมาบ่ายสาม ที่วัดรัตนานุภาพ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และพระพรมจารียาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีสรงน้ำศพพระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดีและเจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ กับพระสมุห์อรรถพร ขุนอำไพ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ที่มรณภาพจากเหตุคนร้ายยิงถล่ม โดยมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชาชนชาวไทยพุทธ จำนวนร่วม 4,000 คน รวมทั้งพระสงฆ์ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ และจากประเทศมาเลเซียกว่า 300 รูป ร่วมพิธีด้วยท่ามกลางบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า หลังจากเสร็จสิ้นพิธีสรงน้ำศพแล้ว นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รอง ผวจ. นราธิวาส ได้เป็นประธานในพิธีพระราชทานน้ำหลวง อาบศพแก่พระทั้งสองรูปด้วยขณะที่สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ได้มีหนังสือถึง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ลงนามโดยพระพรหมมุนี เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ระบุว่า ตามที่เกิดเหตุคนร้ายเข้าทำร้ายพระภิกษุวัดรัตนานุภาพ บ้านโคกโก หมู่ที่ 2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้พระครูประโชติรัตนานุรักษ์ เจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ เจ้าคณะอำเภอ สุไหงปาดี พร้อมพระภิกษุในวัด ถึงมรณภาพ ความทราบแล้วนั้น เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระบัญชาโปรดให้รับการศพของพระครูประโชติรัตนานุรักษ์ พร้อมพระภิกษุทุกรูปที่ถึงมรณภาพไว้ในพระสังฆราชานุเคราะห์โดยตลอด อนึ่ง โปรดให้เชิญรับสั่งประทานกำลังใจแก่พระภิกษุสามเณรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการบำเพ็ญศาสนกิจเพื่อความมั่นคงแห่งพระบวรพุทธศาสนา ด้วยปณิธานอันแกล้วกล้าและอดทน เพื่อเป็นหลักชัยของพุทธศาสนิกชน และเพื่อความไพบูลย์แห่งพระสัทธรรม