ผู้การเมืองคอนรีบตัดไฟแต่ต้นลม สั่งเด้งด่วน “สารวัตรสืบโรงพักเขาพัง” ไปช่วย ราชการ หวั่นสถานการณ์บานปลายกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว หลังรู้ข่าวกลุ่มชาวบ้านไม่พอใจเตรียมเดินขบวนขับไล่พ้นพื้นที่ เพราะนำกำลังสีกากีจับบรรดาจิตอาสาที่ใช้เลื่อยยนต์ เข้าตัดต้นไม้หักโค่นขวางถนนจากพิษพายุโซนร้อน “ปาบึก” ระบุไม่ใช่เวลาปฏิบัติงาน ท่ามกลางความทุกข์ ของชาวบ้าน เตรียมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่ายเรื่องราวการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ จนมีการกระทบกระทั่งกับชาวบ้าน หวิดเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงในพื้นที่ครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อช่วงสายวันที่ 11 ม.ค. พล.ต.ต.ฐากูร เนตรพุกกณะ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช มีคำสั่งด่วนให้ พ.ต.ท.ไพโรจน์ เมืองสุวรรณ สว.สส. สภ.เขาพังไกร อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ไปช่วยราชการงานสืบสวน สภ.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงพล.ต.ต.ฐากูรกล่าวว่า การที่มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.ไพโรจน์ ไปช่วยราชการในครั้งนี้ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.บัณฑิต สุขะวิศิษฐ์ สวญ.สภ.เขาพังไกร ถึงความเคลื่อนไหวของประชาชนในพื้นที่ที่กำลังจะรวมตัวก่อการชุมนุมประท้วงขับไล่ตำรวจ โดยเฉพาะตำรวจชุดที่ไปจับกุมชาวบ้านจิตอาสาที่นำเครื่องเลื่อยยนต์เข้าตัดไม้ที่หักโค่นล้มทับบ้านเรือนประชาชน รวมทั้งต้นไม้ที่ล้มขวางถนนและกีดขวางทางสาธารณะ หลังจากพายุโซนร้อนปาบึกพัดถล่มสร้างความเสียหายในพื้นที่ช่วงระหว่างวันที่ 5-8 ม.ค.ที่ผ่านมา“แม้ว่าการจับกุมเครื่องเลื่อยยนต์ที่ชาวบ้านนำมาตัดไม้ เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ แต่เป็นห้วงเวลาหรือระยะเวลาที่ไม่สมควร ไม่เหมาะสมในการปฏิบัติ เพราะทุกฝ่ายกำลังเร่งช่วยชาวบ้านที่มีความทุกข์ยากอยู่ หลังสั่งให้นายตำรวจนายนี้ไปช่วยราชการแล้ว ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างแน่นอน” ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราชกล่าวขณะที่ พ.ต.ท.บัณฑิต สุขะวิศิษฐ์ สวญ.สภ.เขาพังไกร กล่าวว่า การจับกุมชาวบ้านดังกล่าว เกิดขึ้น ในบริเวณโรงเรียนเขาพังไกร และพื้นที่ใกล้เคียงโรงเรียน ท้องที่หมู่ 2 ต.เขาพังไกร อ.หัวไทร ได้รายงาน รายละเอียดทั้งหมดให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว แต่รายละเอียดการจับกุมไม่เหมาะที่จะเปิดเผยขณะนี้ เนื่องจากเป็นรายละเอียดในสำนวนคดี