จับสาวแสบลวงเหยื่อ ทางเน็ต ตั้งวงแชร์กลุ่มไลน์โวผลตอบแทนสูง แถมอ้างสารพัดทั้งเป็นข้าราชการยุติธรรม หรือลูกสาวผู้กว้างขวางภาคใต้ เหยื่อหลงกลร่วมลงทุนรายละ 2 หมื่นถึง 1 ล้านบาท ตอนแรกได้ค่าตอบแทนจริง จนบางคนไปกู้หนี้ยืมสินมาลงทุนเพิ่ม หลังจากนั้นปิดกลุ่มไลน์ล่องหนเสียหายเกือบ 100 ล้าน เจ้าตัวให้การภาคเสธ อ้างเป็นเหยื่อเช่นกัน ส่วนหัวโจกเป็นเพื่อนอีกคนกองปราบฯตามรวบสาวแสบรายนี้ เปิดเผยขึ้นที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 10 พ.ค. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. สั่งการให้ พ.ต.ท.มนต์ชัย เพ็งเลิศ สว.กก.5 บก.ป.และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.5 บก.ป. จับกุม น.ส.กานดาวดี ศิริพรรณวรท อายุ 33 ปี อยู่เลขที่ 524 ถนนเทอดไท แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม. ตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.725/2561 ลงวันที่ 10 เม.ย.2561 ข้อหาฉ้อโกงประชาชน ข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ และข้อหาเป็นบุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ จับกุมผู้ต้องหาได้หน้าห้องเลขที่ 28/107 ตึก 28 แฟลตคลองจั่น แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.พ.ต.ท.มนต์ชัย เพ็งเลิศ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อต้นปีที่ผ่านมา น.ส.กานดาวดีมีพฤติกรรมร่วมกับพวกหลอกลวงผู้เสียหายให้นำเงินมาร่วมลงทุนเล่นแชร์ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ใช้ชื่อกลุ่มว่า “บ้านแชร์ราชการ” อ้างว่าจะได้รับเงินค่าตอบแทนจากการลงทุนค่อนข้างสูง พร้อมทั้งยังอ้างตัวว่า ทำงานเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงยุติธรรม หรือเป็นลูกสาวของผู้กว้างขวางคนหนึ่งทางภาคใต้ นายทุนเงินกู้รายใหญ่คอยปล่อยเงินกู้ให้กับนักพนันตามสนามม้าต่างๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้มีผู้หลงเชื่อร่วมลงทุนตั้งแต่คนละ 20,000 ไปถึง 1,000,000 บาท “บางรายเห็นว่าช่วงแรกได้รับเงินค่าตอบแทนจริง ไปกู้หนี้ยืมสินมาลงทุนเพิ่ม เพื่อหวังจะได้ค่าตอบแทนที่สูงขึ้น แต่พอผ่านไปสักระยะ ผู้ต้องหารายนี้กลับไม่ยอมจ่ายเงินค่าตอบแทนตามที่ตกลงกัน ก่อนปิดกลุ่มไลน์หลบหนี แล้วไปเปิดกลุ่มใหม่ขึ้นมาแทน เพื่อหลอกผู้เสียหายรายใหม่ ที่ผ่านมา น.ส.กานดาวดีเคยตั้งวงแชร์มาแล้วกว่า 500 วง มีผู้เสียหายหลงเชื่อถูกหลอกเป็นจำนวนมากมูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 100 ล้านบาท ผู้เสียหายบางรายแจ้งความไว้แล้วที่ สน.โชคชัย จนพนักงานสอบสวนออก หมายจับ” สว.กก.5 บก.ป.กล่าวพ.ต.ท.มนต์ชัยกล่าวด้วยว่า สาเหตุที่ทำให้ติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ยาก เนื่องจากที่ผ่านมา น.ส.กานดาวดี มักเปลี่ยนชื่อนามสกุลบ่อยครั้ง และไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง รวมถึงยังระมัดระวังตัวเป็นอย่างดี แม้แต่ผู้เสียหายเองยังไม่เคยพบเห็นตัว หลังก่อเหตุผู้ต้องหารายนี้มักหนีไปกบดานซ่อนตัวอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย จนเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทราบเบาะแสว่า ผู้ต้องหารายนี้เพิ่งเดินทางกลับมาประเทศ ไทยและพักอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ จึงนำกำลังตามไปจับกุมตัวได้ดังกล่าวสอบสวน น.ส.กานดาวดีให้การภาคเสธว่า ไม่ได้เป็นคนโกงเงินผู้เสียหาย แต่เป็นเหยื่อที่ถูกหลอกด้วยคนหนึ่ง เนื่องจากคนที่เอาเงินไปคือ เพื่อนของตน ที่ยังอยู่ระหว่างหลบหนี อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.โชคชัย รับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป