เข้ามาช่วยกิจการของครอบครัวในฐานะทายาท รุ่นที่ 3 กฤษกร ลิ้มประนะ ได้นำความรู้และความสามารถของคนรุ่นใหม่เข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจของครอบครัวที่ยืนหนึ่งในกิจการเครื่องเทศและพริกไทย ที่ยาวนานมา 72 ปี ให้ยืนยาวคู่กับสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วคุณบิล–กฤษกร ลิ้มประนะ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ง่วนสูน และบริษัท สไปซ์ สตอรี่ จำกัด เล่าว่า ตนเข้ามาช่วยคุณพ่อ-วิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ได้ 16 ปีแล้ว โดยหน้าที่หลักๆจะดูเรื่องของพัฒนาผลิตภัณฑ์ เรื่องของแบรนด์และการตลาด ซึ่งตนพยายามจะเชื่อมโยงกลุ่มลูกค้าเดิมและกลุ่มลูกค้าใหม่ให้ได้มากขึ้น โดยในส่วนของพัฒนาผลิตภัณฑ์เราพยายามคัดสรรวัตถุดิบ หรือสินค้าใหม่ๆ รวมถึงการพัฒนาสินค้าที่จะสะดวกมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่“แบรนด์ของเรามีอายุมาอย่างยาวนาน เรื่องของกลุ่มลูกค้าใหม่ๆไม่ได้ละเลย เราพยายามจะต้องหาวิธีว่าจะมีสินค้ากลุ่มใหม่ๆ กลุ่มไหนบ้าง หรือวิธีเข้าหากลุ่มลูกค้าที่มีอายุเด็กลงได้ยังไงบ้างครับ อันนี้ก็เป็นโจทย์ของเราครับ อย่างล่าสุดก็ได้ร่วมทำโปรเจกต์กับ Guss Damn Good สร้างไอศกรีมพริกไทย ที่มีความแปลกใหม่น่าสนใจ ได้นำวัตถุดิบเราเครื่องปรุงพริกไทยของเราไปประยุกต์เข้ากับรสชาติของไอศกรีมได้อย่างดี โดยจำหน่ายที่ Guss Damn Good ทั่วกรุงเทพฯ นี่ก็เป็นโปรเจกต์พิเศษที่เราลองทำครับ” เมื่อต้องเข้ามาสานต่อกิจการครอบครัวที่ยืนยาวมากว่า 70 ปี ผู้บริหารไฟแรงคนนี้บอกว่า ความกดดันในการทำงานเรียกว่าไม่มีเพราะเป็นการทำงานร่วมกันกับคุณพ่อ และส่วนใหญ่การทำงานเราก็คล้ายๆกัน ซึ่งผู้ใหญ่เขาเห็นอะไรดีเขาก็จะแนะนำ แล้วชี้แนะตลอดว่าจะต้องขยับไปทางนี้ดีไหม การทำงานจะมีการปรึกษากันโดยตลอด “ในการทำงานผมเรียนรู้ตลอดเวลาครับ มีอะไรที่เป็นข้อคิดดีๆ หรือแนวทางที่ดีเราเปิดรับทั้งหมดแล้วนำมาประยุกต์ใช้ มาพัฒนากับองค์กรของเราครับ ส่วนหลักการทำงานที่เรายึดถือกันมาตลอด คือต้องซื่อสัตย์กับผู้บริโภค แล้วยึดมั่นกับคุณภาพสินค้าเรา เพราะสินค้าเรา แบรนด์เรายืนอยู่มาได้จนถึง 70 กว่าปีเพราะว่าลูกค้าเขาเชื่อมั่นในคุณภาพ และเราไม่เคยหยุดที่จะพัฒนา แล้วก็ไม่ลดหย่อนในเรื่องของคุณภาพอะไรใดๆเลยครับ” สำหรับก้าวต่อไปของ “ง่วนสูน” ภายใต้การขับเคลื่อนของทายาทรุ่นที่ 3 ที่จะต้องเข้ามารับไม้ต่อนั้น คุณบิล–กฤษกร บอกว่า “ธุรกิจนี้บรรพบุรุษเราสร้างมา ผมก็ภูมิใจและอยากเห็นแบรนด์ของเราแข็งแรง แล้วเราอยากให้มันโตขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง เป็นแบรนด์ที่คนยอมรับในต่างประเทศด้วย ซึ่งในส่วนที่เป็นผู้บริหารผมอยากจะรักษาแล้วก็พัฒนาให้แบรนด์ “ง่วนสูน” อยู่ต่อๆไปอีกเป็น 100 ปี 200 ปีได้อย่างมั่นคงต่อไปครับ”...ความมุ่งมั่นของผู้บริหารรุ่นใหม่คนนี้.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม