โดยปกติแล้วถือว่าโปรตีนพิษของสมองเสื่อมอัลไซเมอร์จะจำกัดอยู่ที่เนื้อเยื่อสมองและโครงสร้างที่ใกล้เคียง และโอกาสที่จะถ่ายทอดไม่มีหรือแทบไม่มี แต่แล้วการใช้ต่อมใต้สมองของคนเสียชีวิตที่ไม่ทราบว่าเป็นโรคมาสกัดเพื่อเอาฮอร์โมนการเจริญเติบโต (growth hormone) มาใช้ ทำให้เกิดโรค สมองเสื่อมร้ายแรง CJD เสียชีวิตทุกราย และอีกทั้งการนำเยื่อหุ้มสมองมาตัดปะ ซ่อม หลังการผ่าตัดสมองและไขสันหลังเลยทำให้ได้โรคไปด้วย ถึงแม้ว่า CJD และอัลไซเมอร์ จะถือว่าเป็นโรคของโปรตีนพิษบิดเกลียวเช่นกัน แต่ชนิดแรกเป็นชนิดติดต่อได้ในระยะต่อมาผู้ป่วยที่ได้รับฮอร์โมนที่สกัดจากคนเสียชีวิต ไม่ได้เกิดความผิดปกติหรือพยาธิสภาพของ CJD อย่างเดียวแต่มีหลักฐานการเกิดอัลไซเมอร์ไปด้วย มีทั้งโปรตีน อมิลอยด์ ทาว และมีการเพิ่มจำนวนของเส้นเลือดขนาดเล็กในสมอง และฮอร์โมนที่นำมาใช้พบมีทั้งโปรตีน CJD และอัลไซเมอร์ด้วย แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการเกิดโปรตีนพิษอัลไซเมอร์ได้น่าจะถูกเหนี่ยวนำจากสมองของผู้รับเองในขณะเดียวกันมีรายงานในคนป่วยอายุน้อยที่มีขดเลือดผิดปกติในสมอง และได้รับการรักษาด้วยการปล่อยก้อนที่เป็นชิ้นส่วนของระบบประสาท ของคนบริจาคเข้าทางสายสวนเส้นเลือด และคนที่ได้รับการตัดต่อเส้นเลือดโดยใช้เส้นเลือดบริจาคเกิดมีโปรตีนอมิลอยด์สะสมในเส้นเลือดสมองของผู้รับและเกิดเส้นเลือดแตกขนาดใหญ่ (congophilic amyloid angiopathy) ที่อาจร่วมกับมีการอักเสบพร้อมกัน ข้อมูลที่มากขึ้นทำให้ต้องมีการประเมินเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากมีการใช้เป็นการรักษา หรือเพื่อเสริมสวยหรือเพื่อชะลอวัย ด้วยสเต็มเซลล์จากไขกระดูก การรักษาด้วยเซลล์ (cell therapy) การใช้เลือดสายสะดือ เป็นต้น รายงานในวารสาร stem cell reports 8/4/2024 เพื่อที่จะพิสูจน์ว่า อัลไซเมอร์สามารถถ่ายทอดได้ โดยใช้สเต็มเซลล์จากไขกระดูกของหนูที่ปรับแต่งพันธุกรรมเป็นอัลไซเมอร์ (familial Alzheimer’s) ชนิดกรรมพันธุ์ และนำไปปลูกถ่ายให้หนูปกติ และให้หนูที่ได้รับการบำบัดกลายเป็น APP deficient knock out (KO) ที่ไม่สามารถสร้างโปรตีน อมิลอยด์ ผลปรากฏว่าภายในเพียงระยะเวลาหกเดือนหนู KO มีความผิดปกติแบบสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ และพรั่งพร้อมไปด้วยสัญลักษณ์ของโรค เกิดแผ่นอมิลอยด์ในสมอง มีความผิดปกติของผนังเส้นเลือดสมองทำให้เกิดการรั่ว และมีการเพิ่มจำนวนของเส้นเลือดฝอยในสมอง สำหรับหนูปกติที่ได้รับการปลูกถ่ายนั้นการพัฒนาโรคช้ากว่าบ้างอยู่ที่เก้าเดือน หนู KO ที่ได้รับการบำบัดก่อนปลูกถ่ายนั้น พิสูจน์แล้วว่าเซลล์เม็ดเลือดขาวหลังการปลูกถ่ายจำนวนมากมากกว่า 90% มาจากผู้ให้ และความผิดปกติในสมองล้วนแล้วอธิบายจากเซลล์ที่ได้รับไม่ใช่เซลล์ของตนเองคนที่ได้รับปลูกถ่ายอวัยวะรวมทั้งสเต็ม เซลล์มีอุบัติการของโรคทางระบบประสาทสูงขึ้น มีความเป็นไปได้ที่เซลล์ในไขกระดูกที่ถ่ายทอดโรคเป็นเซลล์เกล็ดเลือดที่ผลิตโปรตีน เอเบต้า ในรูปละลายน้ำและกระจายไปตามกระแสเลือด เข้าสู่เส้นเลือดในสมอง หรือเกล็ดเลือดเองเมื่อไปถึงเส้นเลือดในสมองซึ่งผนังด้านในมีปริมาณคอลลาเจนสูง จะเป็นตัวกระตุ้นเกล็ดเลือดให้ปล่อยโปรตีนอมิลอยด์เข้าสมอง ผนังเส้นเลือดสมองมี RAGE receptor for advanced glycation product ซึ่งคอยควบคุมการเคลื่อนของโปรตีนเหล่านี้เข้าสมอง แต่ถ้ามีโปรตีน อมิลอยด์อยู่ด้วยจะถูกกระตุ้นให้ทำงานมากขึ้นและทำให้ผนังเส้นเลือดผิดปกติไป และสมทบกับกลไกจุดชนวนโปรตีนบิดเกลียวในสมองต่อ ผลการทดลองอาจทำให้ต้องตระหนักในการให้สเต็มเซลล์ เลือด ส่วนประกอบของเลือด อวัยวะ หรือไม่ และควรมีมาตรการอย่างไรที่สมเหตุสมผล จนถึง genosequence ทั้งนี้อาจรวมถึงเอ็กโซโซมด้วย.หมอดื้อคลิกอ่านคอลัมน์ "สุขภาพหรรษา" เพิ่มเติม