หลังเกษียณจากตำแหน่งหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ รพ.จุฬาฯ ซึ่งอยู่ในสังกัดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สิริพงษ์ อรุณไพโรจน์ ที่ใครๆเรียกว่า คุณป๋อ-พี่ป๋อ ก็ไม่ทำงานที่ไหนอีก เพราะต้องช่วยคุณพ่อดูแลทรัพย์สินครอบครัว จนกระทั่งคุณพ่อเสีย คุณป๋อ ก็กลายเป็น Land Lord เต็มตัว (เอิ่ม...มีคนบอกต้องเรียก Land Lady มากกว่า) และใช้เวลาว่างจากเก็บค่าเช่าตึก พบเจอเพื่อนๆ และเดินทางเที่ยวทั่วโลก ช่วง 2-3 ปีมานี้ เมืองไทยร้อนจัดขึ้น คุณป๋อ ซึ่งอายุ 72 แล้ว บอกตัวเองว่าต้องรีบเที่ยวตอนที่ยังเดินได้ดี จึงจัดทริปหนีร้อนไปพึ่งเย็นบ่อยขึ้น ปีนี้เพื่อนๆจึงเพลิดเพลินกับรูป คุณป๋อ ซึ่งแต่งตัวจัดเต็ม ลั้ลลาอยู่ที่ฝรั่งเศส อิตาลี โดย คุณป๋อ ซื้อตั๋วเครื่องบินเฟิสต์คลาส A380 กาตาร์ จองที่พักและร้านอาหารดังๆที่เวนิส ปารีส ฟลอเรนซ์ ไว้ตั้งแต่ธันวา 68 เพื่อเดินทางต้นมีนา 69 แต่พอเกิดสงครามตะวันออกกลางก่อน สายการบินกาตาร์จึงเทผู้โดยสาร ด้วยความเสียดายที่จ่ายค่าโรงแรมหรู 5 ดาวไปแล้ว คุณป๋อ เลยหาสายการบินอื่น แม้จะจ่ายแพงขึ้น 3 เท่าก็ยอม จึงบินไปปารีสได้ตามแผน พอถึงก็เที่ยวอย่างไม่เร่งรีบ ไปนอนเล่นอยู่ชายทะเล แถบแซงต์มาโล และไปนอร์มังดี-มองต์ แซงต์มิเชล, ไปเวนิส-ฟลอเรนซ์ ที่ละ 1 อาทิตย์ แล้วกลับมาปักหลักในปารีส 2 อาทิตย์ ระหว่างเที่ยวที่ต่างๆมีแต่ของถูกใจ คุณป๋อ จึงได้คาร์เทียร์, แอร์เมส, เฟนดิ แบรนด์โปรด ฯลฯ ทำให้กระเป๋างอกทุกเมือง ขากลับต้องซื้อน้ำหนักกระเป๋าที่เพิ่มมาอีก 4 ใบ รวมเป็น 6 ไม่นับใบเล็กใบน้อยที่แทบจะคาบแคร์รี่ขึ้นเครื่องอีก 3วันกลับได้คนขับเบนซ์แวนที่ใช้ประจำตอนอยู่ปารีส ช่วยขนของทั้งหมด และไปเช็กอินให้ที่สนามบินชาร์ลเดอโกล จนขึ้นเครื่องเรียบร้อย ก็ทราบว่าเครื่องดีเลย์ชั่วโมงกว่า ซึ่งแอร์ฯบอกว่า หากระเป๋าผู้โดยสารคนหนึ่งไม่เจอ ต้องเช็กใหม่ ทำให้ คุณป๋อ ร้อนใจมาก บอกว่าไอต้องไปต่อเครื่องที่ไทเป ซึ่งตอนทรานสิต มีเวลาเพียงชั่วโมงครึ่ง ถ้าดีเลย์เป็นชั่วโมง ไอกลัวตกเครื่อง--แต่ในที่สุดเครื่องก็ขึ้นบิน ทำให้ คุณป๋อ ไปต่อเครื่องทันหวุดหวิด ซึ่งทริปนี้ ขากลับ คุณป๋อ ต้องอยู่บนเครื่อง 1 คืน 1 วัน เพราะต้องบินอ้อมน่านฟ้าที่ยังยิงกันตูมตาม เรียกว่าอยู่บนเครื่องจนแทบหายอยากเที่ยว พอถึงสุวรรณภูมิ ระหว่างยืนรอกระเป๋ ก็เห็นเจ้าหน้าที่สายการบินถือป้ายชื่อตัวเอง คุณป๋อ จึงพุ่งไปแสดงตัว และทราบว่าสัมภาระ 6 ใบไม่มาด้วย และทราบว่าที่เครื่องดีเลย์ 1 ชั่วโมงตอนออกจากปารีส เป็นเพราะหากระเป๋า คุณป๋อ ไม่เจอนั่นเอง ไม่ใช่ของใคร (แต่ถูก คุณป๋อ บ่นไปแล้วว่าใครนะ แค่โหลดกระเป๋าง่ายๆก็ทำให้สายการบินหาไม่เจอ ทำให้คนอื่นยุ่งยาก จะตกเครื่องไปด้วย)ซึ่งในกระเป๋าใบนี้เป็นหนังสือสวยหรูของ คาร์เทียร์ ซึ่งพนักงานนำมาให้ คุณป๋อ ลูกค้าวีไอพี แต่ตอนแพ็กของคุณป๋อ กลัวหนังสือที่บรรจุในกล่องหรู หนัก 5 กก. จะทับข้าวของอื่นเสียหาย จึงแยกใส่กระเป๋าเล็กไว้ต่างหาก และไม่รู้คนรถโหลดยังไง สายการบินจึงหาไม่เจอ--เป็นการหนีร้อนไปพึ่งเย็นที่ทุลักทุเล และจ่ายแพงขึ้น บินนานขึ้น."โสมชบา"คลิกอ่านคอลัมน์ "ของว่างวันอาทิตย์" เพิ่มเติม