ในช่วงที่โลกยานยนต์กำลังก้าวสู่ยุคแห่งพลังงานทางเลือก ผู้บริโภคชาวไทยต่างมองหารถยนต์ที่ไม่เพียงตอบโจทย์การเดินทาง แต่ยังสะท้อนวิถีชีวิตยุคใหม่ที่ใส่ใจเทคโนโลยี ความคุ้มค่า และประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าล่าสุด GWM (Thailand) ได้ส่ง สัญญาณความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญด้วยการเปิดโอกาสให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสยนตรกรรมรุ่นใหม่อย่าง GWM ORA 5 อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยประกาศความพร้อมให้จองและทดลองขับแล้ววันนี้ ณ GWM พาร์ตเนอร์สโตร์กว่า 70 แห่งทั่วประเทศ นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนความตั้งใจในการนำ เทคโนโลยี ยานยนต์ล้ำสมัยมาสู่ผู้ใช้งานทุกกลุ่มอย่างแท้จริงการมาถึงของ ORA 5 คือภาพสะท้อนแนวคิด “All Scenarios-All Powertrains-All Users” ที่ GWM ใช้เป็นหัวใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมทุกรูปแบบพลังงานและทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน รถยนต์ SUV-B เจเนอเรชันใหม่นี้ได้รับความ สนใจอย่างรวดเร็วทันทีที่เปิดตัวในประเทศไทย ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์ทันสมัย ผสานความคล่องตัวของรถ SUV เข้ากับเทคโนโลยีการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูง ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ และมาตรฐานความปลอดภัย ขั้นสูงที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิต จริงได้อย่างลงตัวความนิยมที่เกิดขึ้นหลังการเปิดตัว ทำให้ GWM เร่งกระจายรถ ORA 5 ไปยังพาร์ตเนอร์ สโตร์ทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้สนใจได้สัมผัสประสบ การณ์จริงด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการทดลองขับบนเส้นทางจริง การรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ หรือการทำความเข้าใจเทคโนโลยีภายในรถอย่างใกล้ชิด ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้การเลือกรถยนต์ไม่ใช่เพียงการดูข้อมูลบนหน้าจอ แต่เป็นการตัดสินใจจากความรู้สึกที่ได้สัมผัสจริง “เวย์น โจว” กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวถึงความสำเร็จของ ORA 5 ว่า กระแสตอบรับจากลูกค้าชาวไทยถือเป็นแรง ผลักดันสำคัญให้บริษัทเดินหน้าขยายกำลังการผลิตที่ GWM Smart Factory ฐานการผลิตอัจฉริยะในประเทศไทย เพื่อส่งมอบรถให้ลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมกันนั้นยังได้ร่วมมือกับเครือข่ายพาร์ตเนอร์สโตร์ทั่วประเทศจัดกิจกรรมทดลองขับ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสสมรรถนะและเทคโนโลยีของรถรุ่นล่าสุดในตระกูล ORA อย่างเต็มรูปแบบ ความเชื่อมั่นที่แบรนด์มีต่อผลิตภัณฑ์สะท้อนผ่านความตั้งใจในการดูแลลูกค้าอย่างโปร่งใส ใส่ใจ และยกระดับบริการหลังการขายให้เป็นมาตรฐานอันดับต้นๆของแบรนด์รถยนต์จีนในประเทศไทยGWM ORA 5 มีทางเลือกทั้งระบบพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบและไฮบริด เพื่อตอบสนองผู้ใช้งานที่มีความต้องการแตกต่างกัน รุ่น EV เปิดราคาคาดการณ์จำหน่ายที่ 649,000 บาท สำหรับรุ่น Pro และ 719,000 บาท สำหรับรุ่น Ultra ขณะที่รุ่น HEV เปิดตัวด้วยราคาแนะนำ 709,000 บาท ในรุ่น Pro และ 779,000 บาท ในรุ่น Ultra ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ได้รับนอกจากตัวรถที่โดดเด่นแล้ว ข้อเสนอพิเศษในช่วงเปิดตัวก็ช่วยเพิ่มความน่าสนใจ ลูกค้าที่จองภายในเดือนเมษายนจะได้รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.69% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง รวมถึงสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามรุ่นที่เลือก สำหรับรุ่น EV ยังมอบ Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง เพื่อให้การใช้รถไฟฟ้าเป็นเรื่องง่ายตั้งแต่วันแรกขณะที่รุ่น HEV เพิ่มความมั่นใจด้วยการรับประกันคุณภาพรถใหม่ บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง การดูแลบำรุงรักษาตามโปรแกรม และการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดยาวนานถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สะท้อนแนวคิดการดูแลลูกค้าแบบครบวงจรตั้งแต่ก่อนซื้อจนตลอดอายุการใช้งาน!!!เกสตาโปคลิกอ่านคอลัมน์ “สังเวียนยานยนต์” เพิ่มเติม