ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นของตลาดรถจักรยานยนต์พรีเมียมสปอร์ตออโตเมติก ชื่อของตระกูล MAX Series ยังคงถูกกล่าวถึงในฐานะสัญลักษณ์แห่งความภูมิใจของยามาฮ่า ดังนั้นในวาระครบรอบ 25 ปีของตระกูลอันทรงพลังนี้ ค่ายไทยยามาฮ่า มอเตอร์ ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว NEW YAMAHA XMAX และ NEW YAMAHA NMAX รุ่นพิเศษ “25th Anniversary MAX Series”การเฉลิมฉลองครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มสีสันใหม่ให้กับรถสองรุ่นยอดนิยม แต่คือการรวบรวมเรื่องราว ความสำเร็จ และดีเอ็นเอความสปอร์ตพรีเมียมที่สั่งสมมาตั้งแต่ปี 2001 เมื่อ TMAX จุดประกายแนวคิดบิ๊กสกูตเตอร์สปอร์ต ก่อนจะสานต่อด้วย XMAX ในปี 2008 และ NMAX ในปี 2015 จนกลายเป็นไลน์อัปที่ครองใจผู้ขับขี่ทั่วโลก ความพิเศษของรุ่น 25th Anniversary สัมผัสได้ตั้งแต่แรกเห็น ผ่านกราฟิกลวดลายใหม่ที่บอกเล่าเส้นทางความสำเร็จของ MAX Series ตลอดระยะเวลา 25 ปี เสริมด้วย Emblem 25th Anniversary บริเวณด้านหน้าทั้งสองฝั่ง เพิ่มความรู้สึกเอกซ์คลูซีฟอย่างชัดเจน โทนสีพิเศษที่มีเฉพาะในรุ่นฉลองครบรอบยิ่งขับเน้นภาพลักษณ์ความดุดัน สุขุม และทรงพลังตามแบบฉบับ MAX อย่างเต็มเปี่ยม เมื่อมองลึกลงไปในรายละเอียด เบาะนั่งดีไซน์เฉพาะรุ่นโทนสีดำสลับแดง พร้อมโลโก้ 25th Anniversary และการเดินด้ายสีแดงอย่างประณีต ยิ่งตอกย้ำความตั้งใจในการสร้างรถที่ไม่ได้มีดีแค่สมรรถนะ แต่ยังสะท้อนรสนิยมของผู้ครอบครองสำหรับ XMAX 25th Anniversary MAX Series ความเอกซ์คลูซีฟถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยการติดตั้งโช้กอัพหลัง OHLINS รุ่นพิเศษ Limited Edition สีดำ สไตล์รถระดับไฮเอนด์ รองรับการปรับตั้งแบบ Full Adjust ทั้ง Rebound, Preload และ Compression ให้ผู้ขับขี่สามารถจูนฟีลลิ่งได้ตรงใจ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมือง การทริปทางไกล หรือการขับขี่ที่ต้องการความเร้าใจเป็นพิเศษ ทุกจังหวะการควบคุมจึงเต็มไปด้วยความมั่นใจและเสถียรภาพ ราคาแนะนำ 193,000 บาทขณะที่ NMAX 25th Anniversary MAX Series ก็เสริมความโดดเด่นด้านสมรรถนะด้วยโช้กอัพหลัง PROFENDER รุ่นพิเศษ Limited Edition แบบ Full Adjust เช่นกัน น้ำหนักเบา แต่ให้การตอบสนองที่เฉียบคม ช่วยเพิ่มความนิ่งและความแม่นยำในการควบคุมรถในทุกสภาพถนน ราคาแนะนำ 107,500 บาท ขณะเดียวกัน ยามาฮ่ายังไม่หยุดเพียงการเฉลิมฉลองอดีต แต่ยังเดินหน้าสู่อนาคตด้วยการเปิดตัว NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID LITE เทรนดี้สกูตเตอร์แฟชั่นสำหรับคนรุ่นใหม่โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ขี่ง่าย คล่องตัว เหมาะอย่างยิ่งกับการใช้งานในเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปเรียน ไปทำงาน หรือออกไปทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ไฟหน้า LED และไฟท้ายดีไซน์แคปซูลช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูสดใสทันสมัย พร้อมหน้าจอ LCD Digital Meter ดีไซน์เข้าธีม แสดงผลข้อมูลครบถ้วน หัวใจสำคัญของรุ่นนี้คือเครื่องยนต์ Blue Core Hybrid ขนาด 125 ซีซี ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ช่วยลดภาระเครื่องยนต์ขณะออกตัว เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน และลดการปล่อยไอเสียราคาแนะนำเพียง 49,900 บาท!!!อัลคาโปนคลิกอ่านคอลัมน์ “โชว์รูมหัวเขียว” เพิ่มเติม