ปีที่แล้วเครื่องบินจรวด “วีเอสเอสยูนิตี” (VSS Unity) ของบริษัทเวอร์จิน กาแล็กติก ของเซอร์ ริชาร์ด แบรนสัน มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ ได้ทะยานขึ้นสู่อวกาศไกลกว่า 80 กิโลเมตร โดยบรรทุกลูกเรือเต็มลำ ทำให้เวอร์จิน กาแล็กติก ถูกบันทึกว่าได้บุกเบิกยุคใหม่แห่งการท่องเที่ยวอวกาศ และบริษัทพร้อมเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปีนี้ ตอนนี้ก็มียอดจองแล้วหลายร้อยรายการ ราคาค่าตั๋วราว 180,000 ปอนด์ต่อคน หรือ 8 ล้านกว่าบาทล่าสุดบริษัทสเปซ ทรานสปอร์เทชัน (Space Transportation) ของจีน ก็กำลังพัฒนาจรวดมีปีกเพื่อใช้ท่องเที่ยวในอวกาศแบบ “ซับออร์บิทัล” (suborbital) คือการบินขึ้นไปในทางตรงโดยไม่ได้มีการโคจร และใช้กับการเดินทางแบบจุดต่อจุดด้วยความเร็วสูง ภายในปีพ.ศ.2568 และยังใช้ต้นทุนต่ำกว่าจรวดบรรทุกดาวเทียม แถมยังเร็วกว่าเครื่องบินแบบเดิม ๆ โดยวางแผนจะทดสอบภาคพื้นดินภายในปี พ.ศ.2566 และเที่ยวบินแรกจะมีขึ้นในปี พ.ศ.2567 ส่วนเที่ยวบินแบบมีลูกเรือจะเริ่มในปี พ.ศ.2568การแข่งขันด้านท่องเที่ยวอวกาศปีนี้กำลังทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้น หลังจากเมื่อปีก่อนบริษัท เวอร์จิน กาแล็กติก, บลู ออริจิน ของเจฟฟ์ เบซอส รวมถึงสเปซเอ็กซ์ ที่ก่อตั้งโดยอีลอน มัสก์ ต่างประสบความสำเร็จในการนำลูกเรือที่ไม่ใช่นักบินอวกาศขึ้นไปชมวิวนอกโลกได้ ฝั่งจีนก็ไม่น้อยหน้า แว่วว่า CAS Space บริษัทด้านการบินและอวกาศที่แยกตัวมาจากสภาวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน ก็กำลังพัฒนาบริการการท่องเที่ยวแบบ “ซับออร์บิทัล” ของตัวเองเช่นกัน.(ภาพประกอบ Credit : Space Transportation)