ตัวเลขอายุที่มากขึ้นไม่ได้ทำให้เราสนุกไปกับชีวิตลดน้อยลง หากยังคงดองความเปรี้ยวแซ่บของเราให้เป็นตำนาน เหมือน 2 สาวแซ่บตัวแม่! ที่เปรี้ยวเข็ดฟัน จนสาวๆรุ่นน้องยกให้เป็นไอดอล หนึ่งในสาวรุ่นเดอะที่ติดทุกโผของความเปรี้ยวซ่าแซ่บระดับตำนาน “แหนนะจ๊ะ–นันทวัน แสงธรรมกิจกุล” ซึ่งวันนี้แม้จะอยู่ในวัยเลข 6 นำหน้าแล้ว แต่ความเปรี้ยวยังคงแซง หน้าเด็กรุ่นลูกหลาน จากนิยามการแต่งตัว “สั้นเสมอจิ๋ม” ซึ่ง “แหนนะจ๊ะ–นันทวัน” เปรียบความเผ็ดเปรี้ยวของตัวเองว่า “ถ้าเปรียบเทียบเป็นน้ำซุป ก็เป็นน้ำซุปที่กลมกล่อม ซดได้ไม่หยุด” แหนนะจ๊ะแหนนะจ๊ะ เล่าถึงดีกรีความเปรี้ยวของชีวิตที่ผ่านการแต่งตัวว่า แต่งแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ดูรูปสมัยเด็กยังหัวเราะเลยว่าเราใส่กระโปรงสั้นจนเห็นกางเกงใน ทำให้เราใส่สั้นมาตลอด สั้นระดับไมโคร ที่สั้นกว่ามินิ ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเขานิยมนุ่งกระโปรงยาว มีเราคนเดียวในมหาวิทยาลัยนุ่งสั้น ในความรู้สึกส่วนตัวใส่ยาวไม่ได้ ใส่แล้วแก่มาก เลยต้องใส่สั้น และสั้นให้ถึงที่สุด แบบก้มหยิบของไม่ได้ ไหนๆ แล้วก็ต้องแต่งให้สุดๆไปเลย“เรามั่นใจ แต่งแล้วมีความสุข ใครจะมองมาก็ไม่สนใจ เรามั่นใจ แล้วแต่งตัวแบบนี้มาตลอด เวลาจะออกจากบ้านเราต้องแต่งตัวให้ครบเครื่อง ต้องมีที่คาดผม หรือหมวก ต่างหูขาดไม่ได้ แหวน 2-3 วง นาฬิกา กำไลมีเยอะ แต่ไม่ค่อยได้ใส่ แล้วต้องมีถุงน่อง จะไม่ใส่กางเกงขาสั้น ส่วนสร้อย เข็มกลัดต้องตามชุด พวกนี้เป็นพร็อพตามชุด ไม่เจาะจง กระเป๋าก็ต้องเข้ากับชุด เวลาแต่งตัว พอหยิบชุดมาคิดได้เลยว่า จะต้องแมตช์กับอะไร เป็นพรสวรรค์อย่างหนึ่ง เสียดายเรียนหนังสือไม่ได้เก่งแบบนี้ เรามีของเยอะแล้วจะรู้เลยว่าจะเอาอะไรมาใส่กับตัวไหน เพราะฉะนั้น บางทีเราใส่ชุดเดิม แต่เพราะพร็อพ ทำให้เราดูเหมือนเรามีชุดเยอะเพิ่มขึ้น เหมือนเสื้อผ้าคนละตัว การแต่งตัวเพิ่มความสนุก เพิ่มรสชาติในชีวิต ทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตสนุกขึ้น” ตัวแม่บอกถึงความแซ่บ วันนี้ของ คุณแหน แม้จะก้าวสู่วัย 65 ปีแล้ว แต่ดีกรีความแซ่บ ไม่ลดน้อยลงเลย ซึ่ง คุณแหน บอกถึงความตั้งใจที่จะสุขและสนุกกับชีวิตว่า คิดว่าจะแต่งแบบนี้ไปตลอด พูดกับตัวเองแล้วว่าจะนุ่งสั้นไปตลอดชีวิต และแต่งตัวแบบนี้ เหมือนคุณป้า Iris Apfel วัย 90 ปีกว่าแล้วก็ยังจัดเต็ม “นิยามการใช้ชีวิตของเรา ตั้งแต่เด็กถ้าเราแต่งตัวสวย เราก็มีความสุขตั้งแต่ก่อนที่เราจะออกจากบ้าน ก่อนออกจากบ้านเราก็ยิ้มแล้ว เดินไปมีคนมอง มองด้วยสายตาอะไรไม่รู้ แต่เราก็มีความสุข การแต่งตัวเติมเต็มความสุขในชีวิต ชั่วโมงนี้เราต้องกอบโกยความสุขค่ะ”แหนนะจ๊ะ บอกถึงความสุขในชีวิต อีกหนึ่งสาวแซ่บที่หลายคนเรียกแม่! ยอมใจในความเปรี้ยวซ่าใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและสนุกกับสิ่งที่ทำ คุณก้อย-วันณเพ็ญ ฮอร์สมันน์ เลขาฯผู้รู้ใจของ “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” อดีตรองนายกรัฐมนตรี มีดีกรีความแซ่บระดับสิบที่ยังใส่ชุดทูพีซในวัยเลข 7 นำหน้า ซึ่งเธอชื่นชอบในการแต่งตัวและมีมุมมองในการใช้ชีวิตที่น่าสนใจ โดยบอกว่า ทำงานเป็นเลขาฯให้ทั้ง ดร.สม ซึ่งเป็นพี่ชาย ดร.สมคิด และตัว ดร.สมคิด มานานรวมกว่า 30 ปี ดร.สมคิดท่านเองก็ชอบที่จะให้เลขาฯแต่งตัวสวย เวลาทำงานจะใส่รองเท้าส้นสูง 4-5 นิ้ว เพราะคิดว่าทำให้เราดูดี เวลาทำงานเราแต่งตัวดูกาลเทศะ แล้วจะคิด เลยว่าทำงานทั้งอาทิตย์เราจะแต่งตัวชุดไหนบ้าง จะทาเล็บอย่างไรให้เข้ากับชุดทั้ง 5 วันของเรา กระเป๋า รองเท้า คิดมาอย่างดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นของแพงทุกอย่าง แต่มารวมกันแล้วโอเค บางคนอาจจะมองว่าไร้สาระ แต่ว่ามันคือความสุขของเรา“ตอนนี้อายุเลข 7 แล้วน่าสะพรึงมาก แต่พี่เป็นคนไม่ยอมแก่ เราต้องมองว่าเรายังพอใส่แบบนี้ได้ก็จะใส่ แต่มีกาลเทศะ ไม่ใช่จะใส่ขาสั้น ไปวัด ถ้าเราไปเที่ยว หรือพักผ่อน เราจะเต็มที่ ไปทะเลก็ใส่ชุดว่ายน้ำทูพีซ วันพีซ เพราะพี่มีความรู้สึกว่าการแต่งกายทำให้พี่มีความสุข ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะพี่ไม่มีลูก เราก็ไปโฟกัสเรื่องแต่งตัวเป็นการฆ่าเวลาอย่างหนึ่ง พี่ถือว่าการแต่งตัวเป็นการพรีเซนต์ตัวเองด้วย อย่างพี่ไปทะเลจะเห็นใส่ชุดว่ายน้ำ แฮปปี้ที่จะทำ ท่านสมคิดมาแซวด้วย เลยบอกท่านว่า เวลาป้าเหลือน้อย ปล่อยป้าไปเถอะ มีเด็กๆหลายคน ซึ่งเขาเรียกพี่ว่า “หม่อมแม่” เคยบอกเขาว่าอีกสัก 4-5 ปี ฉันคงจะวางมือ ล้างมือในอ่างทองคำ แต่เด็กๆจะบอกว่า อย่าเพิ่ง แฟนคลับยังติดตามอยู่ การแต่งตัวของพี่เราไม่ได้แต่งให้ใครดู เรามีความสุขให้ตัวเองที่เราได้แต่ง แต่การที่คนอื่นดูแล้วชื่นชอบมันก็เป็นผลพลอยได้ ที่มีคนอยากเอาเราเป็นแบบอย่าง แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้ตัวเองมีความสุข” สาวเปรี้ยววัย 70 บอกถึงความสุขของตัวเอง คุณก้อย–วันณเพ็ญนอกจากความสุขที่ส่งผ่านมาทางการแต่งตัวแล้ว “คุณก้อย” ยังสร้างความสุขด้วยพลังบวกของตัวเอง โดยบอกว่า เป็นคนมองโลกในแง่ดี เราต้องรู้จักปล่อยวางในบางเรื่อง ไม่ได้ไปซีเรียสกับทุกเรื่อง บางทีการที่เราไปเครียดกับหลายๆเรื่อง ก็ทำให้เราไม่มีความสุข เราอาจจะเครียดในบางอย่างที่เราควบคุมได้ แต่บางอย่างที่อยู่เกินอำนาจเรา แล้วเราจะไปเครียดเพื่ออะไร ปล่อยวาง ช่างมัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องคิดบวก ยิ่งเรามีอายุเยอะขึ้น เราไม่ควรจะเอาอะไรมาแบกเป็นภาระ เราต้องปล่อยให้มันเบา พูดตรงๆชีวิตเราก็ไม่ได้น่าอภิรมย์ ถ้าเรายิ่งไปคิดลบ ก็ทำให้ชีวิตเราลำบาก“คนอื่นอาจมองหาความสุขจากที่อื่น แต่พี่คิดว่าความสุขเกิดจากตัวเราก่อน ไม่มีใครสร้างให้เราได้ ถ้าเราไม่สร้างให้ตัวเอง อย่างพี่มีความสุขในการแต่งตัว พี่ถือว่าเราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ตัวเองเดือดร้อนไม่เป็นไร แต่อย่าให้คนอื่นเดือดร้อน เรามีความสุขไปกับการแต่งตัว การไปเที่ยวจะเปรี้ยวไป เรื่อยๆนะ แต่คงเปรี้ยวมากกว่านี้ไม่ได้ แค่นี้ก็เสือป่า แมวเซา เฮฮา กันแล้ว แต่อย่างที่ว่าทุกอย่างมีวันสิ้นสุด เราคง จะเปรี้ยวไปจนอายุมากๆ อาจจะมีการแผ่วลงไปบ้าง แต่จะหยุดการเป็นตัวตนของเราไปเลยคงไม่ใช่ ชีวิตเรามันสั้น เพราะฉะนั้นทำอะไรก็ได้ ที่ทำให้เรามีความสุข โดยที่ไม่ให้ใครเดือดร้อนค่ะ”...ไอดอลรุ่นเดอะบอกในตอนท้าย.