ในทุกช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ในสังคม เราจะได้เห็นน้ำใจคนไทย ที่มีจิตอาสาทำงานช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน หรือคนที่ด้อยโอกาสได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นั้นๆ ภาวะวิกฤติโควิดนี้ก็เช่นกัน ทุกคนได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า แต่คนไทยเรายังมี “น้ำใจ” ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นการส่งกำลังใจ ส่งกำลังทรัพย์ ส่งเครื่องอุปโภคบริโภค ผ่านเหล่าจิตอาสา ที่ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยที่ยากลำบากทั่วประเทศ ทยา ทีปสุวรรณหนึ่งใน “จิตอาสาตัวแม่” ที่กระโดดขึ้นมาระดมพล ระดมทุนทำกิจกรรมช่วยเหลือผู้เดือดร้อนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย นั่นคือ “ทยา ทีปสุวรรณ” ได้ลุกขึ้นมาทำงานเพื่อสังคมอย่างเป็นระบบ ตกผลึกทางความคิด วางการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ ซึ่งได้เล่าการทำงานว่า เริ่มต้นในเดือน มี.ค.ที่มีข่าวว่าคุณหมอขาดหน้ากากอนามัย เราเลยคิด save หมอ และบุคลากรทางการแพทย์ ทำหน้ากากแจกคนทั่วไป เพื่อไม่ให้ต้องไปใช้หน้ากากอนามัยของคุณหมอ จึงทำโครงการแรก “save เรา save หมอ” พอดีรู้ว่าที่พาณิชย์พระนคร เขามีการเย็บหน้ากากผ้า มีสถานที่ มีจักรอยู่ 50 ตัว จึงประกาศชวนคนมาช่วยกันเย็บทางเฟซบุ๊กของตนเอง มีคนมาร่วมกว่า 200 คน ตกใจเหมือนกัน ได้รับการตอบรับที่ดี ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีการปิดเมือง ยังไม่ห้ามคนมารวมกัน เรารู้สึกได้ว่า คนที่มีน้ำใจจิตอาสา แต่เขาไม่รู้จะเริ่มอย่างไร พอมีโต้โผ ทุกคนก็เลยมา น่ารักมาก ทั้งที่ไม่รู้จักกันเลย มานั่งรอตั้งแต่ 8 โมงกว่า นั่งทำกันจนถึง 4-5 โมง ทำได้ 8,000 ชิ้น ซึ่งเราได้ผ้ามาจากเพื่อนในวงการดีไซเนอร์ แล้วเอาหน้ากากทั้งหมดไปแจกกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ คนขับแท็กซี่ และคนเก็บขยะของ กทม. “ฟีฟ่า” มอบกระติกให้ “คุณลุงหมอทวีศิลป์” ชื่นใจจากโครงการแรก คุณทยา เดินหน้าทำต่อ โดยบอกว่า จากนั้นจึงช่วย save หมอ ด้วยการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ จึงทำโครงการ Art Auction ประมูลภาพวาดของศิลปินดัง ซึ่งได้เงินมาประมาณ 2.5 แสนบาท พร้อมกันนี้ได้นำภาพวาดน่ารักๆของเด็กที่วาดให้กำลังใจคุณหมอ มาจัดทำกระเป๋าผ้าขาย เป็นโครงการที่ 3 ขายได้ประมาณ 700 ใบ โครงการที่ 4 มาจากลูกชาย “ฟีฟ่า” เขามีฝีมือวาดรูป วาดรูปบนกระติกน้ำได้เงินมาแสนกว่าบาท น้ำไปซื้อหุ่นยนต์โควิดตัวละ 50,000 บาทให้ รพ.จุฬาฯได้ 2 ตัว ส่วนเงินที่เหลือไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ แล้วฟีฟ่าก็วาดรูปคุณหมอทวีศิลป์ก็มีแฟนคลับมาสั่งซื้ออีก น่าจะระดมทุนอีก 2 แสน นำไปซื้อของมอบให้กับชุมชนมูลนิธิเด็กอ่อน ที่จตุจักร พญาไท ราชเทวี บางเขน และทุ่งครุ หนองแขม โครงการที่ 5 เราจัดทำ Hero Bag มาจากที่เห็นคุณหมอ พยาบาล ต้องกินนอนอยู่ที่โรงพยาบาล เลยจัดทำถุงเหมือนถุงยังชีพ มีเครื่องใช้ส่วนตัว นำไปมอบให้คุณหมอ พยาบาล ทำได้ 700-800 ถุง ไปมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ต่างจังหวัดจิตอาสาตัวแม่ ยังได้เล่าถึงโครงการที่ทำล่าสุดว่า ตอนนี้เริ่มคลายล็อก เราก็มาช่วย save ชุมชน มาทำโครงการ ถุงอิ่มใจ ถุงยังชีพแจกผู้เดือดร้อนในชุมชน และโครงการล่าสุด ทำ ส่ง กิน คาดว่าน่าจะเป็นโครงการสุดท้าย เพราะท้ายสุดพวกเราเองก็ต้องกลับไปทำงาน เราอยากให้คนในชุมชนอยู่ได้ด้วยตัวเอง เลยคิดโครงการ ทำ ส่ง กิน 130 บาท สามารถช่วยคน 1 วัน 1 บ้าน 1 วิน 1 ร้านค้า ให้คนที่ไม่มีเงินซื้ออาหาร นำการ์ดที่แจกไปใช้ในร้านอาหารแบบลุงป้าในชุมชนที่เราติดต่อทำอาหารได้มื้อละ 30 บาท ส่วนคนที่บ้านอยู่ไกลจะจัดส่งโดยวินมอเตอร์ไซค์ให้บ้านละ 2 มื้อ 4 กล่อง คิดค่าบริการ 10 บาท รวมเป็น 130 บาท ช่วยได้ 1 บ้าน โดยเงินจำนวนนี้ได้หมุนช่วยคนในชุมชนกันเอง จากการทำงานเพื่อสังคมครั้งนี้ คุณทยา บอกถึงสิ่งที่ได้รับว่า วิกฤติครั้งนี้สอนเราหลายอย่าง หลายคนบอกว่าต้องมี new normal แต่ new normal ในความคิดของตนคือ เราต้องมีความพอเพียงเหมือนที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสอนเรา ให้มีชีวิตรู้จักพอเพียง พอดี และพอใจกับชีวิต และอยากให้ทุกคนคิดบวก หากสาธารณสุขเราฟื้น เศรษฐกิจเราก็จะฟื้นตาม ขอให้ทุกคนมีกำลังใจ ในส่วนของตนเองได้เห็นน้ำใจคนไทยที่มีมหาศาล และตนก็ซาบซึ้งกับเพื่อนๆที่มาร่วมกันทำงานเป็นทีมเวิร์ก ตลอดจนยังได้สอนวิชาชีวิตให้แก่ลูกๆ เขาได้เห็นภาพได้เรียนรู้จากชีวิตจริงของการแบ่งปัน การช่วยเหลือคนในยามยากให้เขารู้จักยื่นมือไปช่วยคนที่มีโอกาสน้อยกว่าเรา อีกหนึ่งจิตอาสาตัวแม่ “ท็อป-ดารณีนุช โพธิปิติ” ที่มากับ “ก้อง-ปิยะ เศวตพิกุล” และมากับเพื่อนๆสายบุญ รวมตัวกันเป็นศูนย์กลางความช่วยเหลือจากผู้เดือดร้อนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ รวมทั้งกลุ่มคนที่เข้าไม่ถึงความช่วยเหลือจากหน่วยต่างๆ ซึ่ง ท็อป-ดารณีนุช นักแสดงสาวใจบุญ เล่าว่า พอได้ข่าวว่าบุคลากรทางการแพทย์ขาดอุปกรณ์ป้องกัน เราก็คิดว่าจะช่วยอย่างไร แรกๆระดมเงินในกลุ่มเพื่อนๆหาซื้อของให้คุณหมอที่ขอความช่วยเหลือ จากนั้น ก้อง-ปิยะ เป็นคนประสานงานเลยมีของส่งเข้ามาเพื่อให้เราส่งต่อความช่วยเหลือไปยังคนที่เดือดร้อน เวลาที่ ‘ท็อป’ จะระดมเงินบริจาค จะเอาแค่วันเดียว โครงการเดียวว่าจะช่วยใครแล้วลบเบอร์ทิ้งเลย จะทำเป็นวาระๆไป แล้วเรามีเครือข่าย ทำงานเป็นทีมเวิร์ก อย่างเช่น หมอก้อง, เล็ก-ใหญ่ ทีมอาสา ใจถึงใจคนไทยไม่ทิ้งกัน เขาจะรู้ว่าที่ไหนขาดอะไร ต้องการอะไร เราจะเป็นฝ่ายหาของแล้วแพ็กไปให้ ตอนนี้กำลังช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง โดยจัดหาอาหารเสริม อาหารเหลวให้ “จากที่ทำมา ได้เห็นว่าคนไทยเป็นคนมีน้ำใจ เวลาปกติอาจจะตีกัน แต่ถ้ามีภัยเราจะสามัคคีกัน และมีศักยภาพ การที่ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมเพื่อสังคมนี้ ก็ไม่ได้คิดอะไร นอกจากความเห็นอกเห็นใจกัน เป็นแรงขับที่ทำให้เราต้องทำ แล้วเรามีต้นทุน เรามีเครือข่ายช่วยกันทำงานเป็นทีม” นักแสดงใจงามกล่าว ท็อป-ดารณีนุช โพธิปิติ และก้อง-ปิยะ เศวตพิกุล เป็นสะพานบุญรับมอบของ บริจาคเพื่อส่งต่อให้ผู้ที่เดือดร้อน.ด้าน ก้อง-ปิยะ ออร์กาไนเซอร์คนเก่ง ที่มีความสามารถรอบด้าน ซึ่งโดดเข้ามาช่วยอย่างเต็มตัว พร้อมเป็นสะพานบุญให้แก่คนอื่น ได้บอกว่า ช่วงนั้นไม่มีอะไรทำ มาหาอะไรทำที่เป็นประโยชน์แก่สังคมดีกว่า แล้วเราเคยช่วยแบบนี้มาแล้วตอนน้ำท่วม พอมาเจอเหตุการณ์นี้ก็มาร่วมกันอีก วิกฤติครั้งนี้ร้ายแรง ทุกคนเจอวิกฤติหมด ตนภูมิใจที่เป็นคนไทย มีพระเจ้าแผ่นดินที่ทรงห่วงใยพระราชทานถุงยังชีพแก่ผู้เดือดร้อน เป็นตัวอย่างให้เราช่วยเหลือดูแลกัน การที่เรามาทำงานนี้ก็ทำให้มีความสุข เวลาที่ได้ยินเสียงคนที่ได้รับความช่วยเหลือโทร.มาขอบคุณ สร้างความปีติสุขมากกว่าเราได้ของแพงที่เราซื้อมาเสียอีก.