พี่ อ้อย...มนทิรา จูฑะพุทธิ ผู้บริหาร และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ walkofwisdom.co สื่อออนไลน์สร้างสังคมแห่งปัญญา ที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ ด้วยความตั้งใจนำเสนอคอนเทนต์ดีๆ ให้ผู้คนได้เข้าถึงเรื่องราวดีๆ เที่ยวตามตะวัน...คราวนี้ จึงขอตามรอย พี่อ้อย...ไปเที่ยวในแบบ walkofwisdom หรือก้าวย่างแห่งปัญญา ที่ คามิโคจิ (Kamikochi) หนึ่งในสถานที่ที่มีจุดชมวิวภูเขามากที่สุดในประเทศญี่ปุ่นทางทิศตะวันตกของจังหวัด นะงะโนะ (Nagano)ป่าคามิโคจิกลางเดือนตุลาคม เป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี แม้สีของใบไม้จะยังไม่ผลัดเปลี่ยนทั่วผืนป่า แต่ต้นเมเปิ้ลก็เริ่มอวดใบแดงแจ๊ด ต้นแปะก๊วยสะบัดใบเหลืองทองอร่าม ป่าสนหนาทึบเขียวเข้มยืนต้นสูงชะลูด ฟ้าเป็นฟ้า ฉากหลังมีลำธาร น้ำตก นกร้อง คามิโคจิ...ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติชูบุซังกะกุ (Chubu Sangaku National Park) อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ ป่าไม้ พันธุ์พืช สัตว์ป่าหายาก และภูมิอากาศที่สดชื่นเย็นสบายตลอดทั้งปี แต่ที่ทำให้คามิโคจิเป็น สวรรค์บนดิน ที่มนุษย์อย่างเราๆ สามารถเดินไปถึงสวรรค์ได้ เพราะลักษณะพื้นที่ที่เป็นที่ราบกลางหุบเขา โอบล้อมด้วยเขาสูงรอบด้าน ซึ่งหนึ่งในภูเขาเหล่านั้นคือเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น (Japan Alps) พื้นที่ราบกลางป่าและขุนเขายังมีแม่น้ำอาซุสะไหลผ่ากลางเป็นทางยาวราว 15 กิโลเมตร สายน้ำเขียวมรกตใสจนมองเห็นกรวดเม็ดน้อยใหญ่และสาหร่ายใต้ท้องน้ำเป็นหนึ่งในป่าที่สวยงาม จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “จุดชมวิวพิเศษที่มีความงดงาม” ของญี่ปุ่น และยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “อนุสาวรีย์ทางธรรมชาติชนิดพิเศษ” อันทรงคุณค่าของประเทศญี่ปุ่นและของโลก ซึ่งปัจจุบันมีอยู่เพียง 2 ที่เท่านั้น คือที่นี่ และที่หุบเขาคุโรเบะ สวยเสียจนดึงดูดให้ผู้คนนับล้านต่างมาชมความงดงามของสถานที่นี้ในแต่ละปีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสและอย่างที่บอก การเดินทางด้วยก้าวย่างแห่งปัญญานั้น ไม่ใช่แค่ ปักหมุด เช็กอิน แต่เป็นการเดินทางเพื่อเข้าถึงธรรมชาติและเพื่อให้ธรรมชาติเข้าถึงคุณการเดินทางคราวนี้...จึงเรียกว่า ไปเพื่อ อาบป่า หรือ Forest Bathing...อาบแบบที่ไม่ต้องแก้ผ้า เหมือนๆกับอาบแสงจันทร์นั่นละ...แต่ให้ป่าได้โอบกอดเรา พี่อ้อย...บอกว่า ศาสตร์นี้ไม่ได้คิดขึ้นเอง แต่ญี่ปุ่นเป็นคนคิด หนังสือ The Secret Power of Shinrin-Yoko เขียนโดย Dr.Qing Li กล่าวไว้ว่า การอาบป่าไม่ใช่การออกกำลังกาย ไม่ใช่การปีนเขา แล้วก็ไม่ใช่การจ๊อกกิ้ง แต่คือการเชื่อมโยงตัวเองให้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ชินริน (Shinrin) หมายถึง ป่า Yoko หมายถึง อาบ Shinrin-Yoko จึงหมายถึง การอาบป่า ซึ่งไม่เหมือนกับการเดินป่า เวลาอาบป่าคุณต้องเปิดประสาทสัมผัสทั้ง 5 ผ่านการเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การชิมรส และการสัมผัสเพื่อรับรู้ความรู้สึกที่ผ่านเข้ามากระทบในขณะเดินป่าการมาเยือนคามิโคจิสามารถมาได้เฉพาะช่วงกลางเดือนเมษายน-กลางเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น เพราะในช่วงฤดูหนาวที่นี่จะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะในช่วงฤดูร้อนที่นี่จะอุดมไปด้วยธรรมชาติอันงดงามให้เราได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นสะพานกัปปะ บนระดับความสูง 1,500 เมตร หรือภาพอันงดงามของเทือกเขาโฮทะกะ และยอดเขายะเคะตามความหมาย คามิโคจิ มีความหมายว่า “สถานที่ที่เทพเจ้าลงมา ประทับ” นั่นเพราะที่นี่มีธรรมชาติที่สวยงามบริสุทธิ์ มีภูเขาสลับซับซ้อน มีแม่น้ำสีเขียวใสราวผลึกแก้วไหลรินชุ่มฉ่ำตลอดทั้งปี ต้นไม้และสัตว์ป่าก็อุดมสมบูรณ์ ที่นี่จึงเป็นดังอุทยานของเหล่าเทพเจ้า และเป็นดังสวรรค์กลางป่าที่มนุษย์เดินดินอย่างเรามีโอกาสได้เข้าถึง คนส่วนใหญ่ตั้งใจมาเดินป่าที่...คามิโคจิ แต่น้อยคนที่ตั้งใจมาอาบป่า การเที่ยวคราวนี้จึงถือว่ามีความหมายมาก ได้ชื่นชมกับธรรมชาติแม้ในช่วงที่ยืนอยู่บน สะพานแขวนกัปปะ (Kappa-Bashi Bridge) เหนือ แม่น้ำอาซุสะ ที่มีระยะทางยาวถึง 15 กิโลเมตร ถือเป็นไฮไลต์ของที่นี่...นอกจากทิวทัศน์ที่สวยงามบนสะพานกัปปะแล้ว เส้นทางเดินเลียบแม่น้ำอาซุสะไปยังบึงไทโช (Taisho Pond) ซึ่งอยู่ทางปลายน้ำประมาณ 3 กม. ก็เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่สวยงาม มีต้นสนคารามัตสึที่กำลังเปลี่ยนสีขึ้นเป็นแนวยาวตลอดทางเดิน บึงไทโช เกิดขึ้นหลังการระเบิดของ ภูเขาไฟยาเกะดาเกะ ในปี 1915 หินภูเขาไฟและเถ้าถ่านที่เกิดจากการระเบิดได้ปิดกั้นแม่น้ำอาซุสะ ทำให้แม่น้ำช่วงนี้กลายเป็นบึงใหญ่นิ่งสงบ สะท้อนเงาภูเขาและต้นไม้ให้เป็นดังภาพวาดจากธรรมชาติที่สวยงาม ถ้าการเดินทางเป็นการเก็บเกี่ยวพลังชีวิตแล้วล่ะก็...การอาบป่า ก็เป็นการชาร์จพลังอย่างมหาศาล อย่างที่ ดร.ควิง ลี และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิบะ บอกว่า ป่ามีประจุไฟฟ้าลบ การเดินในป่าพืชจะปล่อยออกซิเจนที่มีประจุไฟฟ้าลบอ่อนๆออกมา เมื่อเราอาบป่า ก็เท่ากับเราได้สูดออกซิเจนเข้าไปในปอด ในขณะที่การทำงานในห้องแอร์นั้นมีแต่ประจุไฟฟ้าบวก ทำให้ไม่สดชื่น ไม่กระฉับกระเฉง และอ่อนล้า เมื่อประจุไฟฟ้าขั้วลบจะเข้าไปจับกับประจุไฟฟ้าขั้วบวก ฮอร์โมนซีโรโทนินซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสงบสุขก็จะหลั่งออกมา นี่คือคำตอบทางวิทยาศาสตร์ที่อธิบายว่าทำไมเราเดินป่าแล้วจึงรู้สึกสดชื่น นอกจากนี้ในป่ายังมีสารระเหยจากพืช ยกตัวอย่างต้นสนฮิโนกิ กลิ่นไฟตอนไซด์ของต้นไม้ชนิดนี้ ช่วยลดความเครียด และทำให้นอนหลับได้ดีขึ้นไปญี่ปุ่นมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่มีครั้งไหนมีความหมายเท่าครั้งนี้ ถ้าต้องบอกว่า เที่ยวที่ไหน WOW ที่สุด ก็ที่นี่ละ...คามิโคจิ WOW...ที่ว่านี้ไม่ใช่แค่การเปล่งเสียงด้วยอารมณ์ตื่นเต้น ดีใจ ธรรมดา แต่เป็น Walk Of Wisdom...ที่ว้าว!! แบบมีสติและปัญญาอย่างแท้จริง.ขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Rabby Jung