มีข้อสังเกตกันมาหลายปีแล้วว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามาแทนที่การค้นหาบนอินเตอร์เน็ตหรือไม่นั้น เริ่มมีคำตอบที่ชัดเจนมากขึ้น เมื่อ ซีอีโอของกูเกิล เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2569 โดยระบุว่ายอดการใช้งาน กูเกิล เสิร์ช (Google Search) ทำสถิตินิวไฮ ในช่วงไตรมาสล่าสุดสิ้นสุดมีนาคมที่ผ่านมา“ซุนดาร์ พิชัย” ซีอีโอ อัลฟ่าเบท (Alphabet) บริษัทแม่ของกูเกิล เปิดเผยว่า การเติบโต Google Search ดังกล่าวมาจากการพัฒนาระบบค้นหาให้ตอบคำถามได้ตรงและรวดเร็วขึ้น ส่งผลให้ผู้ใช้งานมีความต่อเนื่องมากขึ้น ไม่ได้ลดลงอย่างที่หลายฝ่ายเคยกังวลในด้านผลประกอบการ บริษัทมีรายได้รวม 109,900 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 62,600 ล้าน ดอลลาร์ เติบโตเกือบ 81% สะท้อนการขยายตัวในระดับเลขสองหลักอย่างต่อเนื่องจุดเปลี่ยนสำคัญไม่ได้อยู่ที่การ “เพิ่ม AI” เข้าไปในระบบ แต่เป็นการฝัง AI ลงในประสบ การณ์ใช้งานของผู้ใช้โดยตรง ฟีเจอร์อย่าง AI Overviews ที่สรุปคำตอบให้ทันที ความสามารถด้าน Personal Intelligence ใน Gemini ที่ปรับตัวตามพฤติกรรมผู้ใช้ ไปจนถึงระบบ Auto-browse บน Chrome ที่สามารถดำเนินงานหลายขั้นตอนแทนผู้ใช้ ล้วนทำให้การใช้งานมีความต่อเนื่องและลึกขึ้นการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ดึงผู้ใช้ออกจากระบบนิเวศของ Google แต่กลับเพิ่มทั้งระยะเวลาใช้งานและระดับการพึ่งพาอย่างมีนัยสำคัญด้านรายได้โฆษณาจากระบบค้นหายังคงเติบโต 19% ตอกย้ำว่าโมเดลธุรกิจหลักยังแข็งแรง แม้รูปแบบการใช้งานจะเปลี่ยนไป โดย AI กลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพของ Search มากกว่าจะเข้ามาแทนที่ขณะเดียวกัน ธุรกิจคลาวด์ยังเติบโตโดดเด่น รายได้แตะ 20,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 63% พร้อมอัตรากำไรที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านประมวลผลที่เพิ่มขึ้นจากภาคธุรกิจทั่วโลกอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญคือจำนวนผู้ใช้บริการแบบชำระเงินของ Google ซึ่งรวมบริการอย่าง Gemini, YouTube Premium และ Google One ที่เพิ่มขึ้นเป็น 350 ล้านบัญชี แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเปลี่ยนผู้ใช้งานให้กลายเป็นรายได้โดยตรงอย่างไรก็ตาม ภาพรวมอุตสาหกรรม ยังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันที่เข้มข้น รวมถึงความเสี่ยงด้านกฎหมาย โดย Google อยู่ระหว่างการอุทธรณ์คดีการแข่งขันในตลาดค้นหาข้อมูล ซึ่งอาจมีผลต่อโครงสร้างธุรกิจในระยะยาว.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม