AirTag 2 อุปกรณ์ติดตามสิ่งของขนาดเล็กรุ่นใหม่จากแอปเปิลที่เปิดตัวปลายเดือนมกราคม 2569 มุ่งปรับปรุงในจุดที่ผู้ใช้งานจริงให้ความสำคัญ ทั้งความแม่นยำและระยะการค้นหา พร้อมยกระดับประสบการณ์ใช้งานในระบบนิเวศให้ต่อเนื่องยิ่งขึ้นตัวเครื่องมาพร้อมชิป Ultra Wide band รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นชิปเดียวกับที่ใช้ใน iPhone 17 ส่งผลให้ฟีเจอร์ Precision Finding ระบุตำแหน่งได้แม่นยำขึ้น และเพิ่มระยะค้นหาเป็นราว 74 ฟุต จากเดิม 50 ฟุต อีกทั้งยังทำงานได้ดีขึ้นในพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง เช่น ผนังหรือประตู ทำให้การใช้งานภายในอาคารสะดวกขึ้นอย่างชัดเจน ด้านเสียงมีการปรับปรุงลำโพงให้ดังและคมชัดมากขึ้น แก้ปัญหาที่ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยเคยพบว่า “รู้ว่าอยู่ใกล้ แต่หาไม่เจอ” โดยเสียงเตือนสามารถทะลุสิ่งกีดขวางได้ดีกว่าเดิมขณะเดียวกัน AirTag 2 รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ในระบบนิเวศ เช่น iPhone และ Apple Watch (watchOS 26.2.1 ขึ้นไป) โดยผู้ใช้ Apple Watch สามารถใช้ Precision Finding ได้โดยตรง แม้ต้องเพิ่มปุ่ม “ค้นหา AirTag” ในศูนย์ควบคุมก่อนใช้งาน จากการใช้งานจริง ภายในอาคารสามารถค้นหาได้ในระยะราว 65 ฟุต และทำงานได้เสถียรเมื่อเชื่อมต่อ Wi-Fi ขณะที่การใช้งานนอกอาคารผ่าน iPhone อาจมีความหน่วงในการอัปเดตตำแหน่งในบางช่วง สะท้อนว่าประสิทธิภาพยังขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการเชื่อมต่อ ไม่ได้เป็นแบบเรียลไทม์เต็มรูปแบบทั้งนี้ AirTag 2 ยังคงไม่มี GPS ในตัว และอาศัยเครือข่าย “ค้นหาของฉัน” หรือ Find My ที่ทำงานผ่าน Bluetooth เป็นหลัก ดีไซน์ภายนอกแทบไม่เปลี่ยน ทำให้ใช้อุปกรณ์เสริมเดิมได้ทั้งหมด ขณะที่แบตเตอรี่ยังใช้ถ่านกระดุม CR2032 อายุการใช้งานประมาณ 1 ปี และสามารถเปลี่ยนเองได้ AirTag 2 วางจำหน่ายในราคา 990 บาทต่อชิ้น และ 3,290 บาท สำหรับแพ็ก 4 ชิ้น ถือเป็นอุปกรณ์ที่เข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ที่มีของใช้หลายชิ้นในชีวิตประจำวันการเริ่มใช้งานทำได้ไม่ซับซ้อน เพียงดึงแผ่นพลาสติกที่แบตเตอรี่ออก จากนั้นนำ AirTag เข้าใกล้ iPhone แล้วกด “เชื่อมต่อ (Connect)” ตั้งชื่อและผูกกับ Apple ID อุปกรณ์จะปรากฏในแอป Find My ในแท็บสิ่งของ เพื่อใช้ติดตามตำแหน่ง หลังตั้งค่าแล้วเราสามารถกดการค้นหาสิ่งของในชื่อที่ตั้งไว้ กดค้นหาเพื่อตรวจสอบตำแหน่ง ใช้ Precision Finding ที่มีลูกศรบอกทิศทางเพื่อเข้าถึงตำแหน่งอย่างแม่นยำ (สำหรับ iPhone ที่รองรับ UWB) หรือกดส่งเสียงดังเพื่อส่งเสียงช่วยค้นหาในระยะใกล้บทสรุปของ AirTag 2 ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ติดตามของที่สูญหาย แต่ช่วยลดความกังวลในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในเมืองที่มีผู้ใช้อุปกรณ์แอปเปิลจำนวนมาก ซึ่งยิ่งเสริมประสิทธิภาพของเครือข่าย Find My ให้แม่นยำขึ้นตามขนาดของผู้ใช้งาน.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม