กูเกิล (Google) เดินเกมใหญ่รับต้นปี ด้วยการผสานปัญญาประดิษฐ์ Gemini AI เข้ากับเบราเซอร์ Chrome และ Google Maps อย่างเป็นทางการ สะท้อนทิศทางใหม่ของบริษัทที่ต้องการให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้งานประจำวัน ไม่ใช่แอปแยกต่างหากที่ต้องเปิดขึ้นมาใช้งานเป็นครั้งคราวความเคลื่อนไหวนี้กำลังเปลี่ยนบทบาท จาก “เครื่องมือให้ถาม” ไปสู่ “ผู้ช่วยที่ลงมือทำแทน” และทำงานอยู่เบื้องหลังทุกกิจกรรมดิจิทัลChrome รุ่นใหม่เริ่มเปิดทางให้ Gemini ทำงานควบคู่กับการท่องเว็บผ่านแถบ Side Panel ผู้ใช้สามารถเรียก AI มาช่วยสรุปบทความยาว เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายเว็บไซต์ หรือช่วยกรอกแบบฟอร์มได้โดยไม่ต้องสลับแท็บ ประสบการณ์ใช้งานจึงเปลี่ยนจากการค้นหา ด้วยตัวเอง ไปสู่การมีผู้ช่วยคอยจัดการข้อมูลให้Google ยังเพิ่มเครื่องมือสร้างและแก้ไขภาพด้วย AI ภายในเบราว์เซอร์ ทำให้ Chrome เริ่มกลายเป็นพื้นที่ทำงานแบบครบวงจร โดยเฉพาะสำหรับผู้ผลิตคอนเทนต์และงานเอกสารออนไลน์ขณะเดียวกัน Google Maps ก็ถูกยกระดับให้เป็นระบบนำทางแบบสนทนา ผู้ใช้สามารถเรียก Gemini แบบแฮนด์ฟรีระหว่างเดินหรือปั่นจักรยานได้ เช่น ถามหาสถานที่ใกล้ตัว ร้านกาแฟเงียบๆ หรือห้องน้ำตามเส้นทาง โดยไม่ต้องหยุดพิมพ์หรือออกจากหน้าจอนำทางระบบนำทางยังเริ่มใช้ “จุดสังเกตจริง” แทนตัวเลขระยะทาง เช่น เลี้ยวหน้าร้านสะดวกซื้อ หรือตึกสีเด่น ช่วยลดความสับสน โดยเฉพาะในเมืองที่มีซอยซับซ้อนอย่างกรุงเทพฯนอกจากนี้ ยังเสริมฟีเจอร์ “รู้ไว้ก่อนเดินทาง” ที่แสดงข้อมูลเชิงลึกของสถานที่ เช่น วิธีจองโต๊ะ จุดจอดรถ หรือคำแนะนำจากรีวิว พร้อมปรับแท็บ Explore ใหม่ และเพิ่มระบบคาดการณ์ความพร้อมของจุดชาร์จแบตเตอรี่รถ EVภาพรวมทั้งหมดสะท้อนเป้าหมายของ Google ที่ต้องการผลัก Gemini ให้เป็น “Personal Intelligence” หรือ AI ผู้ช่วยส่วนตัวที่เข้าใจบริบทชีวิตผู้ใช้ ในอนาคตระบบจะเชื่อมข้อมูลจาก Gmail, Calendar และบริการอื่นเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยวางแผนกิจกรรม การเดินทาง และงานประจำวันโดยอัตโนมัตินี่คือจุดเริ่มต้นของยุค AI Agents ระบบที่ไม่ได้แค่ให้คำแนะนำ แต่ลงมือจัดการแทนผู้ใช้ได้จริง.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม