หลายวันก่อนมีรายงานจากสื่อเทคโนโลยีหลายสำนักตรงกันว่า แอปเปิล (Apple) กำลังพิจารณาเลือกเจมิไน (Gemini) ของกูเกิล (Google) มาเป็นพลังประมวลผลหลักสำหรับฟีเจอร์ Siri ขั้นสูงบนแพลตฟอร์ม Apple IntelligenceGemini ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีความพร้อมสูงสุดในเชิงโครงสร้างทั้งด้านประสิทธิภาพ การรองรับการใช้งานขนาดใหญ่ และการควบคุมต้นทุน ซึ่งสอดรับกับแผนของ Appleในการยกเครื่อง Siri และ Apple Intelli gence ครั้งใหญ่ ที่คาดว่าจะมาพร้อมการอัปเกรดระบบปฏิบัติการ iOS 26.4 ภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นหมากสำคัญในสมรภูมิ AI โลก ที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันเพียงความฉลาดของโมเดล แต่ขยับไปสู่การวัด “โครงสร้างพื้นฐาน” และความพร้อมเชิงระบบของแต่ละค่ายอย่างชัดเจนตลอดกว่า 3 ปีที่ผ่านมา หลัง OpenAI เปิดฉากปฏิวัติ AI ด้วย ChatGPT จนเขย่าวงการเทคโนโลยี Google เคยถูกมองว่าเป็นยักษ์ใหญ่ที่ตั้งตัวช้า แต่ในช่วงหลังสถานการณ์เริ่มเปลี่ยน เมื่อ Gemini ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มโมเดลแถวหน้าของตลาด และเริ่มส่งสัญญาณว่าบริษัทกลับมาคุมเกมในระดับโครงสร้างไม่ใช่แค่ระดับผลิตภัณฑ์ปัจจัยที่ทำให้ Google ได้เปรียบไม่ได้มีเพียงตัวโมเดล AI แต่รวมถึงทรัพยากรด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการใช้ชิป Tensor Processing Unit (TPU)ที่พัฒนาเอง ทำให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุน ความเร็ว และการขยายสเกลได้ตั้งแต่ระดับฮาร์ดแวร์ไปจนถึงซอฟต์แวร์ ผนวกกับฐานผู้ใช้นับพันล้านจากการค้นหา Search, Gmail และแพลตฟอร์ม Androidรวมถึงข้อมูลกิจกรรมออนไลน์จำนวนมหาศาล ซึ่งกลายเป็นความได้เปรียบเชิงระบบที่คู่แข่งจำนวนมากยังตามได้ยากในฝั่ง Apple การเลือก Google เข้ามาเป็นกำลังหลัก สะท้อนแรงกดดันที่บริษัทต้องเร่งฟื้นความเชื่อมั่นด้าน AI หลังการพัฒนา Siri เผชิญความล่าช้าด้านวิศวกรรมมานาน โดยการอัปเกรดใน iOS 26.4 ถูกวางให้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพื่อขยับ Siri จากผู้ช่วยสั่งงานพื้นฐานไปสู่ผู้ช่วยอัจฉริยะที่เข้าใจบริบทส่วนตัวของผู้ใช้ รับรู้สิ่งที่อยู่บนหน้าจอแบบเรียลไทม์ และสามารถสั่งงานข้ามแอปได้โดยตรง รายงานระบุว่า Apple อาจยอมจ่ายค่าดีลให้ Google ในระดับราว 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี เพื่อใช้ Gemini เป็นพลังประมวลผลสำหรับฟีเจอร์ขั้นสูง ภายใต้ข้อตกลงแบบไม่ผูกขาด และดำเนินงานผ่านระบบ Private Cloud Compute เพื่อคงมาตรฐานความเป็นส่วนตัว ซึ่งยังคงเป็นหลักการสำคัญของ Appleอย่างไรก็ตาม Apple ไม่ได้ฝากอนาคตไว้กับพันธมิตรรายเดียว โดยบริษัทยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง เช่น การสร้าง AI Search Engine ในชื่อ World Knowledge Answers (WKA) เพื่อเตรียมรับมือการแข่งขันในระยะยาวควบคู่กับการรักษาความร่วมมือกับ OpenAI ซึ่งก่อนหน้านี้ ChatGPT ถูกวางบทบาทให้ทำหน้าที่เป็น “AI เสริม” บนแพลตฟอร์ม Apple Intelligenceไม่ใช่แกนหลักของระบบ โดย Apple ยังคงควบคุมสถาปัตยกรรม ประสบการณ์ผู้ใช้ และมาตรฐานความเป็นส่วนตัวไว้ทั้งหมดดีลระหว่าง Apple และ Google ครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับ Siri และ Apple Intelligence ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการแข่งขัน AI โลก ซึ่งผู้ใช้ iPhone จะได้เห็นทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้นหลังการเปิดตัว iOS 26.4 อย่างเป็นทางการ.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม