เมื่อมีโอกาสเยือนกรุงนิวเดลี อินเดีย ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งแนะนำว่า ควรหาเวลาไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ นิวเดลี สักครั้ง การกลับมาในปีนี้ จึงมี “ภารกิจพิเศษ” ที่ต้องไปให้ได้จากโรงแรมใช้เวลาเดินทางด้วยอูเบอร์เพียงสิบกว่านาทีก็ถึงจุดหมาย หลังผ่านด่านรักษาความปลอดภัยและแวะพักคลายร้อนที่คาเฟ่เล็กๆภายในพิพิธภัณฑ์ เราเริ่มต้นสำรวจขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ของอินเดีย ตั้งแต่โบราณวัตถุยุคอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ ไปจนถึงผลงานศิลปะ ประติมากรรมล้ำค่าที่สะท้อนรากเหง้าของอารยธรรมเอเชียใต้ ก่อนมุ่งหน้าไปยัง Buddha Galleryห้องจัดแสดงอันเงียบสงบที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ทันทีที่ถอดรองเท้าและก้าวผ่านประตูเข้าไปใน ห้องหมายเลข 7 ความวุ่นวายจากภายนอกราวกับถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เบื้องหน้าที่ปรากฏคือ พระบรมสารีริกธาตุจากแหล่งโบราณคดีปิปราห์วา ในรัฐอุตตรประเทศ ที่ถูกค้นพบตั้งแต่ปี 2441 ประดิษฐานอยู่ภายในบุษบกไม้แกะสลักปิดทองอันวิจิตรงดงาม ซึ่งพระบรมวงศานุวงศ์และรัฐบาลไทยมอบเป็นของขวัญแก่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอินเดียแห่งนี้เมื่อปี 2540 สายสัมพันธ์แห่งศรัทธาเชื่อมโยงทั้งสองชาติ ปรากฏให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ แม้ที่นี่จะเป็นจุดหมายสำคัญของชาวพุทธและนักแสวงบุญจากทั่วโลก โดยเฉพาะไทย ทิเบต ศรีลังกา เมียนมา และภูฏาน รวมทั้ง เป็นหนึ่งในไฮไลต์สำหรับสายประวัติศาสตร์ แต่กลับถูกมองข้าม นักท่องเที่ยวจำนวนมากมักมุ่งหน้าไปยังแลนด์มาร์กอย่าง Red Fort หรือ India Gate จนพลาดสถานที่แห่งนี้ไปอย่างน่าเสียดายสำหรับผู้มาเยือนกรุงนิวเดลี การได้ใช้เวลาสั้นๆ ท่ามกลางความเงียบสงบของห้องพระบรมสารีริกธาตุ เปรียบเสมือนโบนัสพิเศษที่คุ้มค่าเกินบรรยาย เป็นช่วงเวลาที่ช่วยให้ได้พักจากจังหวะอันวุ่นวายของมหานคร และสัมผัสอีกมิติหนึ่งของอินเดียที่ลึกซึ้ง ประทับใจไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังใดๆของประเทศแห่งนี้.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม