สมัยก่อนถ้าใครรู้ข่าวก่อนคนอื่นสักหนึ่งวัน อาจตั้งตัวเป็นเศรษฐีได้ ต่อมาโลกหมุนเร็วขึ้น คนในตลาดหุ้นจึงแข่งกันเป็นชั่วโมง เป็นนาที แล้วก็เป็นวินาที มาถึง ค.ศ.2026 แค่หนึ่งวินาทีก็ช้าไปแล้วครับ เดี๋ยวนี้แข่งกันถึง ‘มิลลิวินาที’ คือหนึ่งในพันของหนึ่งวินาทีเวลาสั้นจนคนยังไม่ทันกะพริบตา แต่คอมพิวเตอร์ของบริษัทการเงินอาจซื้อหุ้น ขายหุ้น ซื้อทอง ขายน้ำมัน หรือแลกเงิน ไปแล้วหลายรอบ และบางครั้ง เวลาสั้นเพียงเท่านี้ก็มีค่าเป็นเงินหลายล้านดอลลาร์เรื่องนี้ทำให้ข่าวของ Trump Media & Technology Group หรือ TMTG บริษัทแม่ของ Truth Social น่าสนใจมากกว่าตัวเลขขาดทุนเสียอีก10 สิงหาคม 2026 TMTG เปิดผลประกอบการไตรมาส 2 ขาดทุนสุทธิ 238.1 ล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้มีเพียง 1.67 ล้านดอลลาร์ ถ้านับครึ่งแรกของปี บริษัทขาดทุนรวมเกือบ 644 ล้านดอลลาร์เห็นตัวเลขขนาดนี้ คนใจร้อนอาจร้องว่า “หมดตัวแน่” แต่การขาดทุนของ TMTG ก้อนใหญ่เป็นขาดทุนทางบัญชี เพราะราคาสินทรัพย์ดิจิทัลและหลักทรัพย์ที่ถืออยู่ลดลง โดยเฉพาะบิตคอยน์และ Cronosผู้บริหาร TMTG จึงเริ่มลดการแตกแขนงไปทำธุรกิจสารพัดอย่าง แล้วหันกลับมาให้ความสำคัญกับสื่อและ Truth Social มากขึ้น ตรงนี้มีสินค้าใหม่ชิ้นหนึ่งที่ผมว่าน่าสนใจ ชื่อว่า Truth APIคำว่า API เหมือน ‘ท่อส่งข้อมูลตรง’ เมื่อมีข้อความใหม่ปรากฏบน Truth Social ข้อมูลก็จะวิ่งตรงเข้าไปถึงคอมพิวเตอร์ของลูกค้าโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีคนนั่งเฝ้าหน้าจอ ไม่ต้องอ่านแล้วโทรศัพท์บอกเจ้านาย ไม่ต้องตะโกนว่า “ซื้อเร็ว!” คอมพิวเตอร์จะอ่านเอง วิเคราะห์เอง และถ้าตั้งโปรแกรมไว้ ก็ซื้อหรือขายเองได้ภายในเสี้ยววินาทีบัญชีหนึ่งบน Truth Social ซึ่งตลาดการเงินสนใจมากที่สุด เป็นบัญชีของทรัมป์ เรื่องที่กระทบตลาดหุ้น ราคาน้ำมัน ค่าเงินภาษี การค้า หรือความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ทรัมป์จะโพสต์ลงโซเชียลมีเดียของตัวเองสมมติทรัมป์โพสต์ว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศหนึ่ง หุ้นบางบริษัทอาจตก หุ้นอีกกลุ่มอาจขึ้น ราคาทองอาจขยับ ค่าเงินอาจเปลี่ยนคนทั่วไปอ่านจบแล้วอาจพูดว่า “อ๋อ” แต่คอมพิวเตอร์วอลล์สตรีทอ่านจบแล้วอาจซื้อขายเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ไปเรียบร้อยTruth API ไม่ได้ขายความลับของประธานาธิบดี สิ่งที่ขายคือ ‘ความเร็ว’ ข้อความนั้นประชาชนทั่วไปก็อ่านได้ แต่คนที่ยอมจ่ายเงินจะได้รับข้อมูลในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์อ่านและนำไปซื้อขายได้ทันที ค่าบริการอยู่ประมาณ 60,000-100,000 ดอลลาร์ต่อเดือน และ TMTG ระบุว่ามีลูกค้าลงนามแล้วมากกว่า 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ใช้คอมพิวเตอร์ซื้อขายสินทรัพย์อย่างรวดเร็วปัญหาก็คือ เมื่อสินค้าที่ขายเกี่ยวข้องกับคำพูดของประธานาธิบดี เรื่องธุรกิจก็เดินมาชนกับเรื่องการเมืองทันที นักการเมืองเดโมแครตตั้งคำถามว่า ถ้าคำพูดของประธานาธิบดีทำให้ตลาดขึ้นลง บริษัทที่เกี่ยวข้องกับประธานาธิบดีนำความเร็วในการรับคำพูดเหล่านั้นมาขาย จะเกิดเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่TMTG ก็ตอบว่า ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลสาธารณะ และการขายข้อมูลผ่าน API ก็เป็นธุรกิจธรรมดาของบริษัทเทคโนโลยีเมื่อก่อนเราขายข้าว ขายผ้า ขายเหล็ก ขายบ้าน ต่อมาขายแรงงาน ขายบริการ แล้วก็ขายข้อมูล วันนี้ข้อมูลชิ้นเดียวกัน คนทั่วไปอ่านฟรี แต่คนอีกกลุ่มยอมจ่ายเดือนละหลายล้านบาท เพื่อให้คอมฯของตัวเองอ่านเร็วกว่าคนอื่นไม่กี่มิลลิวินาทีTMTG ยังมีสินทรัพย์รวม 2,000 ล้านดอลลาร์ และกำลังจะควบรวมกับ TAE Technologies บริษัทเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน ผมจึงยังไม่รีบตัดสิน Trump Media จากตัวเลขขาดทุน 238 ล้านดอลลาร์เพียงตัวเดียวสิ่งที่น่าดูกว่าคือ บริษัทซึ่งเริ่มต้นจากโซเชียลมีเดียทางการเมือง กำลังพยายามเปลี่ยนตัวเองให้เป็นทั้งบริษัทสื่อ บริษัทข้อมูล บริษัทการเงิน และวันหนึ่งอาจไปถึงบริษัทพลังงาน แต่สินค้าที่แปลกที่สุดของบริษัทไม่ใช่บิตคอยน์ ไม่ใช่ซอฟต์แวร์ และไม่ใช่เครื่องปฏิกรณ์ฟิวชันมันคือช่วงเวลาสั้นๆ ระหว่างที่ทรัมป์กดปุ่ม ‘โพสต์’ กับคอมพิวเตอร์ในวอลล์สตรีทกดปุ่ม ‘ซื้อ’ หรือ ‘ขาย’สมัยก่อนคนรวยเพราะรู้ข่าวก่อน วันนี้ คนอาจรวยเพราะรู้ข่าวเร็วกว่าคนอื่นเพียงหนึ่งในพันของวินาทีแม้แต่เวลาที่มนุษย์มองไม่เห็น ก็ยังเอามาติดป้ายราคาแล้วขายกันได้.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม