ภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังเปลี่ยนจากโลกขั้วอำนาจเดี่ยว ซึ่งเป็นระเบียบโลกยุคหลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย (ตั้งแต่ทศวรรษ1990 เป็นต้นมา) สหรัฐอเมริกาเป็นมหาอำนาจโลกแต่เพียงผู้เดียวทั้งการทหาร เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการวางกฎระเบียบโลกความเกเรของสหรัฐฯทำให้พันธมิตรเดิมต่างตีตัวออกห่างโลกกลายเป็นหลายขั้วอำนาจ เป็นระเบียบโลกใหม่ ซึ่งอำนาจไม่ได้อยู่ที่สหรัฐฯเพียงประเทศเดียวอีกต่อไป แต่มีขั้วอำนาจใหม่ก้าวขึ้นมามีบทบาทและคานอำนาจอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นจีน รัสเซีย รวมทั้งกลุ่มบริกส์ต้องยอมรับครับว่า การวางตัวของประเทศต่างๆในยุคโลกหลายขั้ว ซึ่งมีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน คณะผู้นำประเทศจำเป็นต้องอาศัยกลยุทธ์ที่ประณีต รัดกุม และมีชั้นเชิงเพื่อชิงไหวชิงพริบตอนนี้มีข่าวดังที่สื่อรัสเซียลงชื่นชมนายกรัฐมนตรีไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมคณะรัฐมนตรี ที่เดินทางไปร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันชาติรัสเซียเมื่อ 11 มิถุนายน 2026 ที่โรงแรมแชงกรี–ลา กรุงเทพฯสื่อรัสเซียรายงานว่า ในอดีตสมัยที่ยังเป็นรองนายกฯ นายอนุทินก็เข้าร่วมงานเลี้ยงวันชาติรัสเซียมาแล้วหลายครั้ง และปีนี้ได้เข้าร่วมงานฐานะนายกรัฐมนตรีไทยเป็นครั้งแรก พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม และสมาชิกคณะรัฐมนตรีท่านอื่นๆนายอนุทินได้กล่าวปราศรัยว่า รัสเซียเป็นมิตรที่เก่าแก่และเชื่อถือได้ของไทย ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศพัฒนาและหยั่งรากลึกอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประกาศอย่างเป็นทางการถึงกำหนดการเดินทางเยือนรัสเซียเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดรัสเซีย-อาเซียน ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2026 ที่เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซียคณะทำงานของกระทรวงการต่างประเทศในยุคนี้เก่งครับ ในคำปราศรัยของนายอนุทินได้นำรากฐานความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-รัสเซียที่สั่งสมมาตั้งแต่อดีต โดยยกเรื่องความสัมพันธ์ระดับราชวงศ์ย้อนไปถึงสมัยรัชกาลที่ 5 มากล่าวถึง เป็นการสร้างความไว้วางใจและการทูตเชิงวัฒนธรรม ซึ่งสำคัญมากกับประเทศที่ให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์และศักดิ์ศรีของชาติอย่างรัสเซียนอกจากนั้น นายเยฟเกนี โตมีฮิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ยังให้สัมภาษณ์สื่อรัสเซียด้วยว่า นายกรัฐมนตรีไทยมีทัศนคติเชิงบวกต่อการพัฒนาและกระชับมิตรภาพ รวมถึงความร่วมมือระหว่างไทย-รัสเซียคณะผู้บริหารชาติบ้านเมืองมีหลายหน้าที่ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้เรื่องการบริหารเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ก็คือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตอนนี้ภาพลักษณ์ของไทยในสายตาสื่อมวลชนรัสเซียยังคงเป็นบวก ยังมองว่ามีนโยบายการทูตที่เน้นความเป็นมิตรกับทุกฝ่าย แม้สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกยังความตึงเครียดสูงการรักษาความสัมพันธ์ในระดับผู้นำกับรัสเซีย ตอกย้ำจุดยืนของไทยในการรักษาช่องทางการสื่อสารไว้กับมหาอำนาจทุกขั้ว เพื่อสร้างความยืดหยุ่นทางยุทธศาสตร์ให้กับประเทศเปิดฟ้าส่องโลกเคยเขียนรับใช้หลายครั้ง ถึงเรื่องที่ขอให้รัฐบาลไทยพิจารณาการแลกเปลี่ยนสินค้าโดยไม่ใช้เงินตราเป็นหลักหรือ Bater Trade ระหว่างไทย-รัสเซียรัสเซียเป็นผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งเป็นผู้ส่งออกปุ๋ย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย รวมทั้งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีขั้นสูง โลหะพิเศษ และอุตสาหกรรมหนักความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน จะช่วยให้ไทยสามารถแลกเปลี่ยนด้วยสินค้าเกษตรแปรรูป ผลไม้ ข้าว และผลิตภัณฑ์ยางพารา ซึ่งไทยเป็นผู้ผลิตสำคัญได้อย่างราบรื่น รัสเซียตอบโจทย์ความมั่นคงด้านอาหาร ไทยก็ตอบโจทย์ความมั่นคงด้านพลังงานและภาคการเกษตร ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่วิน-วิน ชนะด้วยกันทั้ง 2 ฝ่ายเท่าที่ผมสอบถามตามข่าว รัสเซียมองไทยในฐานะ “มิตรที่ไว้ใจได้” ซึ่งเกิดจากการที่ไทยยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีและให้เกียรติในฐานะหุ้นส่วนระหว่างประเทศ ปีหน้า ค.ศ.2027 ไทยและรัสเซียจะร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต นี่คือสิ่งสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่บ่งบอกถึงความร่วมมือซึ่งมีมายาวนานเกิน 1 ศตวรรษในโลกหลายขั้ว ไทยเปรียบเสมือนต้นไผ่ ที่ต้องมีความยืดหยุ่น สามารถลู่ไปตามลมมหาอำนาจได้อย่างไม่หักโค่น โดยยึดถือผลประโยชน์ชาติ และความเป็นมิตรต่อทุกประเทศเป็นเครื่องนำทาง.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม