เห็นได้อย่างชัดเจนว่าทั้งสหราชอาณาจักร และไทยต่างกำลังเผชิญกับความท้าทายระดับโลก ตั้งแต่การหยุดชะงักของการค้าบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ปัจจุบันนี้ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจไม่สามารถแยกออกจากความมั่นคงได้อีกต่อไป นั่นคือเหตุผลที่เราทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุน พัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และปกป้องประชาชนจากการฉ้อโกงทางออนไลน์“ซีมา มัลโฮตรา” รัฐมนตรีฝ่ายกิจการอินโด-แปซิฟิก กระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาของสหราชอาณาจักร กล่าวระหว่างการเดินทางเยือนประเทศไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามภารกิจร่วมประชุมหารือเชิงยุทธศาสตร์สหราชอาณาจักร-ไทยครั้งที่ 6 ที่ กทม. ทบทวนความคืบหน้าและมุ่งเน้นลำดับความสำคัญสำหรับความร่วมมือในระยะต่อไป ประเด็นที่หารือรวมถึงการค้าและการลงทุน สภาพภูมิอากาศและพลังงาน ตลอดจนการดำเนินการร่วมกันต่อต้านการลักลอบขนกัญชาและศูนย์หลอกลวงฝ่ายอังกฤษยืนยันความมุ่งมั่นต่อแผนงานและเน้นย้ำการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านการค้าเสรีและการเพิ่มขึ้นของการลงทุน มูลค่าการค้าโดยรวมระหว่างสหราชอาณาจักรกับไทยอยู่ที่ 7,900 ล้านปอนด์ต่อปี ซึ่งสนับสนุนการจ้างงานหลายพันตำแหน่งในทั้งสองประเทศ ดิจิทัล วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เป็นสาขาสำคัญที่มีการเติบโตสูง ก่อนสัปดาห์เทคโนโลยีลอนดอน (8-12 มิ.ย.) การเยือนครั้งนี้ยังได้มีโอกาสพบกับผู้นำด้านเงินร่วมลงทุนของไทย ได้เน้นย้ำจุดแข็งของสหราชอาณาจักรในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรมระดับโลก และหารือโอกาสความร่วมมือระหว่างสหราชอาณาจักรกับไทยในด้านปัญญาประดิษฐ์หรือ AI และด้านการลงทุนAI วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นของ “ภาคเทคโนโลยี” อีกต่อไป แต่เป็น “ประเด็นทาง เศรษฐกิจและยุทธศาสตร์สำหรับทุกประเทศ” สหราชอาณาจักรพร้อมที่จะเป็นพันธมิตรกับประเทศไทยในการแบ่งปันขีดความสามารถและความเชี่ยวชาญด้าน AI.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม