“กฎแห่งป่า”... “สี จิ้นผิง” ผู้นำจีน บอกว่าสถานการณ์โลกในปัจจุบันนี้ ไร้กติกา ใครมีอำนาจก็แสดงความบาตรใหญ่ทำอะไรก็ได้ พร้อมกับเตือนสหรัฐฯว่าการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซนั้นแสดงถึงความป่าเถื่อนไม่เคารพสิทธิของประเทศอื่นๆเสียงดังฟังชัดจาก “มังกรจีน” ย่อมทำให้สหรัฐฯต้องฟัง เพราะจีนไม่เคยแสดงความเห็นอะไรหลังจากเกิดสงครามตะวันออกกลางนอกจากบอกว่าให้ยุติสงครามเพื่อทุกอย่างจะได้สงบนี่จึงเป็นครั้งแรกที่แสดงท่าทีไม่พอใจและพร้อมจะตอบโต้การกระทำของสหรัฐฯ ทำให้ “ทรัมป์” ต้องกลับไปคิดและทบทวนจึงเป็นเงื่อนไขอย่างหนึ่งที่สหรัฐฯต้องเปิดเจรจารอบที่ 2 กับอิหร่านซึ่งจะเริ่มขึ้นในอีกไม่นานนี้ เพราะการที่สหรัฐฯปิดช่องแคบดังกล่าว“จีน” ได้รับผลกระทบหนักที่สุด!เพราะเรือบรรทุกน้ำมันไม่สามารถแล่นผ่านได้รู้กันดีว่าจีนนั้นต้องใช้น้ำมันจำนวนมากโดยเฉพาะจากแหล่งตะวันออกกลาง หากเรือผ่านไปไม่ได้ก็จะเกิดปัญหาทันทีและเป็นปัญหาใหญ่ด้วยจีนจึงจำเป็นที่จะต้องส่งเสียงเตือนสหรัฐฯให้ยุติการกระทำดังกล่าว มิฉะนั้นจีนจะต้องตอบโต้ไม่เป็นเสือหมอบอย่างที่ผ่านมาข้อสำคัญจีนมี “นิวเคลียร์” ไม่ต่างไปจากสหรัฐฯพูดง่ายๆว่ามีของดีไม่ต่างกัน!ไม่ใช่อิหร่าน ไม่ใช่เวเนซุเอลา ที่ไม่มีนิวเคลียร์จึงถูกโจมตีและกระทำอะไรก็ได้ตามชอบใจนี่คือเหตุผลที่ทำไมสหรัฐฯจึงต้องเสนอเงื่อนไขสำคัญในการเจรจากับอิหร่าน คือไม่ให้มีนิวเคลียร์อย่างเด็ดขาดจีน รัสเซีย เกาหลีเหนือคือ 3 ประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ทำให้สหรัฐฯไม่กล้าที่จะเปิดฉากสงครามเพราะหากเกิดปัญหาประเทศไหน ใช้โจมตีก่อนก็มีสิทธิชนะได้เลยสหรัฐฯจึงไม่กล้าเสี่ยงอาจจะทำลายเป็นจุณก่อนก็ได้ดังนั้นเพื่อทำให้สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซคลายความตึงเครียดลงทางเดียวก็คือการเปิดเจรจารอบที่ 2ปากีสถานรับเป็นคนกลางเหมือนเดิมและคงไม่เสียเวลามากนักเนื่องจากการเจรจารอบแรกลุล่วงไปหลายข้อใกล้ จะจบ ดังนั้นรอบต่อไปนี้คงหยิบยกแต่ประเด็นที่ยังตกลงกันไม่ได้เท่านั้นอย่างเรื่องนิวเคลียร์ก็มีทางออกคือให้ประเทศที่ 3 เข้ามาเป็นกรรมการเพื่อดูแลรับผิดชอบเพื่อไม่ให้อิหร่านดำเนินการที่เกินข้อตกลงสหรัฐฯเปิดประเด็นใหม่คือความร่วมมือว่าด้วยการค้าและเศรษฐกิจหากสหรัฐฯยุติการคว่ำบาตรก็จะได้มีการตกลงว่าด้วยการค้าถือว่ามาเริ่มต้นกันใหม่“อิหร่าน” ก็น่าจะรับได้ข้อสำคัญคือสหรัฐฯอยากให้จบหรือไม่...เท่านั้น!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม