ยุคพ่อระมัดระวังเรื่องต้นทุนและค่าใช้จ่าย ใช้ทุกบาททุกสตางค์อย่างประหยัดมัธยัสถ์และมีเหตุผล พอมายุคลูกชายกลับใช้เงินอย่างสะเปะสะปะ เพียงปีกว่าๆบริษัทที่เคยเจริญรุ่งเรืองมานานกว่า 30 ปี ก็กลายเป็นบริษัทที่ดิ่งลงเหว และยากที่จะรื้อฟื้นคืนความเชื่อมั่นให้เหมือนเดิมได้บริษัทก็เหมือนประเทศ ประเทศที่ได้คณะผู้นำสะเปะสะปะ ใช้เงินไม่เป็น บั้นปลายท้ายที่สุดก็จะเป็นชาติบ้านเมืองที่มีแต่หนี้ อนาคตของชาติและประชาชนมืดมนอนธการทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯขอให้ ‘ลดงบประมาณ’ ที่ไม่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับการป้องกันประเทศลงร้อยละ 10 และขอให้มีการ ‘เพิ่มงบด้านการทหาร’ ขึ้นอีก 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 16.3 ล้านล้านบาทค.ศ.2026 งบการทหารของสหรัฐฯอยู่ที่ 8.39 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 27.3 ล้านล้านบาท ถ้ารวมงบความมั่นคงทั้งหมด (ไม่ใช่เฉพาะกลาโหมสหรัฐฯเพียงอย่างเดียว) จะอยู่ที่ 9.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 31.3 ล้านล้านบาทถ้าการขอของทรัมป์ประสบความสำเร็จ ค.ศ.2027 งบการทหารของสหรัฐฯจะอยู่ที่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 48.9 ล้านล้านบาทโดยปกติงบความมั่นคงของสหรัฐฯ ซึ่งรวมทั้งงบกลาโหมหน่วยข่าวกรอง กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ นิวเคลียร์ ทหารผ่านศึกตำรวจ และความมั่นคงภายใน จะมากกว่างบกระทรวงกลาโหม ร้อยละ 30นั่นหมายความว่า งบความมั่นคงของสหรัฐฯ ค.ศ.2027 อาจจะมีมากถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์หรือ 65.2 ล้านล้านบาททรัมป์และคณะผู้บริหารของสหรัฐฯในปัจจุบันใช้เงินอย่างเพลิดเพลินจำเริญใจหายห่วงดวงสมรหงอนไก่ไข่นกกระทาบ้าไปแล้ว โดยไม่นึกถึงขนาดหนี้ของสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันรวมดอกเบี้ยแล้วสูงถึง 35 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นเงินไทยก็ 1.14 พันล้านล้านบาท หนี้บานเบอะเยอะแยะขนาดนี้ มากกว่าจีดีพีของสหรัฐฯทั้งปี ที่มีประมาณ 28 ล้านล้านดอลลาร์เจ้าหนี้สาธารณะของสหรัฐฯคือ จีน ญี่ปุ่น กองทุนต่างๆ และนักลงทุนทั่วโลก เขียนให้เข้าใจง่ายก็คือสหรัฐฯปฏิบัติการจิตวิทยามายาวนานจนทำให้ทั้งโลกหลงละเมอเพ้อพกเชื่อใจยอมให้กู้ จนสหรัฐฯ เป็นลูกหนี้ของโลกเกือบทั้งใบนอกจาก Public Debt ซึ่งเป็นหนี้สาธารณะแล้ว สหรัฐฯ ยังมีหนี้ประเภท Intragovernmental หรือหนี้ที่ติดค้างกันเองในรัฐบาลอีกประมาณร้อยละ 30 พวกนี้เป็นหนี้จากกองทุนรัฐ เช่น ประกันสังคม กองทุนบำนาญ ฯลฯผู้อ่านท่านที่เคารพ สหรัฐฯเป็นประเทศที่ขาดดุลงบประมาณ รัฐใช้เงินมากกว่ารายได้มานานนม จนต้องกู้เพิ่มตลอด ในยุคของทรัมป์ สหรัฐฯก็บ้าบอคอแตกและใช้เงินมือเติบไปในด้านสงครามตามภูมิภาคต่างๆ จนไม่สนใจสวัสดิการประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Medicare หรือค่ารักษาพยาบาลผู้สูงอายุ ไม่มีการบริหาร Social Security หรือเงินบำนาญที่มีประสิทธิภาพอันตรายที่สุดของสหรัฐฯคือ ‘ดอกเบี้ย’ ผู้อ่านท่านผู้เจริญ ปัจจุบันทุกวันนี้ สหรัฐฯต้องจ่ายดอกเบี้ยปีละ 1 ล้านล้านดอลลาร์ นั่นหมายความว่าใกล้เคียงกับงบกลาโหมแล้วพอฟังเรื่องหนี้และค่าใช้จ่ายอันแทบไร้การควบคุมของทรัมป์ หลายคนก็อาจจะตั้งคำถามอยู่ในใจว่า อ้า ถ้างั้นสหรัฐฯก็มีโอกาสล้มละลายน่ะสิขอตอบว่า อ้า ไม่ล้มง่ายดอกครับ เพราะสหรัฐฯพิมพ์เงินเองได้ ถึง คราวคับขันสหรัฐฯก็พิมพ์เงินมาใช้หนี้ ดอลลาร์สหรัฐฯคือเงินของโลกประเทศต่างๆใช้ดอลลาร์สหรัฐฯในการค้าขายระหว่างประเทศ และใช้ถือเป็นทุนสำรอง นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมคนทั้งโลกจึงยอมให้สหรัฐฯกู้เงินมาโดยตลอดผู้อ่านท่านที่ดวงตาเห็นธรรม ถ้าหลังจากสงครามสหรัฐฯ+ อิสราเอล VS อิหร่าน และถ้าสหรัฐฯแพ้สงคราม สหรัฐฯจะสูญเสียความน่าเชื่อถือ อิหร่านให้ทุกประเทศที่ซื้อน้ำมันต้องใช้เงินหยวน และการค้าขายระหว่างโลกเปลี่ยนไปใช้เงินหยวน อำนาจทางการเงินของสหรัฐฯจะลดลงอย่างฉับพลันทันทีสหรัฐฯจะเสียอภิสิทธิ์ที่เรียกว่า Exorbitant privilege หรืออภิสิทธิ์ที่เหนือกว่าปกติ ‘อย่างมาก’ถ้าสหรัฐฯเสียอภิสิทธิ์นี้จะกู้เงินชาวโลกมากินมาใช้ยากขึ้น ดอกเบี้ยจะสูงขึ้น อำนาจของสหรัฐฯในโลกจะลดลงวันหน้าผมจะมารับใช้ว่า ในระยะยาวจีนจะสามารถล้มอภิสิทธิ์ที่เหนือกว่าปกติอย่างมากของสหรัฐฯได้อย่างไร.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม