พาเมลา โจ บอนดี อายุ 61 ปี ทันทีที่จบการศึกษาก็มาเป็นอัยการหน้าบัลลังก์ในเมืองเทมปา รัฐฟลอริดา (1991-2011) ทำคดีร้ายแรงทั้งฆาตกรรม ยาเสพติด ที่สำคัญคือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมทางเพศ ต่อมามาเป็นอัยการสูงสุดรัฐฟลอริดาถึง 2 สมัย (2011-2019) ฟ้องร้องต่อต้านการค้ามนุษย์มากมายหลายคดีบอนดีเริ่มดังเมื่อมาเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทล็อบบี้ยิสต์ชื่อดังและเป็นทีมทนายความแก้ต่างให้โดนัลด์ ทรัมป์ ในคดีถอดถอน ค.ศ.2020หลังจากรู้จักกับทรัมป์ ลิ้นของบอนดีก็มีความเปลี่ยนแปลงจนเป็น a sandpaper-like tongue ลักษณะคล้ายกระดาษทรายมากขึ้นเรื่อยๆ Every word she said left Donald Trump feeling happy and almost entranced. ทุกคำพูดของเธอทำให้ทรัมป์มีความสุขและเคลิบเคลิ้มเหมือนถูกมนต์สะกดในที่ประชุมใหญ่พรรครีพับลิกัน ค.ศ.2020 บอนดียกย่องว่า อ้า ทรัมป์จะเป็นผู้เข้ามากำจัดระบบอุปถัมภ์ในสหรัฐฯ “He loves this country more than anyone I know.” “ท่านรักประเทศนี้มากกว่าใครทั้งหลายที่ฉันเคยรู้จัก”บอนดีชมทรัมป์ทุกการกระดิกพลิกตัว เธอเห็นทรัมป์เดินมาก็ชมว่า “ร่างท่านไหวดุจลมพัดผ่าน” ทรัมป์เอียงคอหันมามองก็บอกว่า “อ้า หน้าท่านพลิกผันอย่างนุ่มนวล” เห็นทรัมป์หยิบไมค์ บอนดีก็มีคำกระซิบว่า “สรีระท่านทรัมป์เคลื่อนย้อยคล้อยอย่างมีจังหวะ” เมื่อทรัมป์เดินเซ บอนดีก็บอกว่า “ร่างท่านสะบัดเบาๆ และเอนตัวอย่างดี มีชั้นเชิง”ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ได้ 12 วัน ก็หยิบปากกาเซ็นแกร็ก ให้บอนดีเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นที่ปรึกษากฎหมายสูงสุดของประธานาธิบดี โดนัลด์ จอห์น ทรัมป์ทุกเวลานาทีของห้วงที่บอนดีเป็นรัฐมนตรียุติธรรม เธอนั่งเฝ้ามองปากทรัมป์ มองบ่อยจนรู้ว่าทรัมป์มีฟันเหลือกี่ซี่ ลิ้นทรัมป์เป็นยังไง เนื้อเยื่อที่ยึดฟันให้ติดกับกระดูกทรัมป์มีลักษณะแบบไหน สังเกตแม้กระทั่งเพดานปากและต่อมน้ำลาย ยามฝันยังเห็นลิ้นไก่ของทรัมป์ผลุบไปโผล่มาทรัมป์บอกว่า “อ้า เราต้องเนรเทศคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย” บอนดีก็บอกว่า “จ้ะๆ ต้องเนรเทศคนอันตรายและมีประวัติอาชญากรรมให้หมดแผ่นดินสหรัฐฯ” ทรัมป์บอกว่า “อ้า เราต้องตัดงบประมาณ Sanctuary City” นางบอนดีก็บอกว่า “จ้ะๆ เราต้องตัดงบประมาณเมืองพักพิง”ทรัมป์บอกว่า “อ้า เราจะเอาบุคลากรขยะไปทิ้ง และจะดึงคนที่จงรักภักดีที่มีแนวคิดสายอนุรักษนิยมมาเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงยุติธรรม” บอนดีก็จัดการให้อย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบแปลบๆป้าบๆคนเรานะครับ พอยังไม่เข้าสู่การเมืองก็ไม่มีใครขุดคุ้ยประวัติ นางบอนดีก็เช่นกัน เป็นรัฐมนตรีก็มีคนไปค้นพบว่าเธอเคยเป็นคนสนิทของทรัมป์ และเคยเป็นแขกประจำของคลับมาร์–อะ–ลาโก คฤหาสน์หรูหราหมาเห่าส่วนตัวของทรัมป์ ตั้งอยู่ในเมืองปาล์มบีช รัฐฟลอริดา ทำให้คนสงสัยว่าเธออาจจะสนิทกับคนที่มีชื่ออยู่ในไฟล์ลับของเอปสตีนในฐานะรัฐมนตรียุติธรรม นางบอนดีถูกกดดันให้เปิดเผยรายชื่อบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเอปสตีนทั้งหมด นางบอนดีกระบิดกระบวนกวนแข้งทำงานอย่างระมัดระวัง ตั้งใจมากไป จนทำให้ทรัมป์มองว่าเธอไร้ความสามารถในการบริหารจัดการข้อมูลที่จะปล่อยมาสู่สาธารณะยุคนี้เป็นยุคปัญญาประดิษฐ์ สิ่งที่เคยทำผิดพลาดไว้ในอดีตกลายเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big Data เพียงแต่ใช้เท้ากด ข้อมูลเหล่านั้นก็ถูกเปิดเผยออกมาได้ง่าย ทำให้พบว่า ช่วงที่นางบอนดีเป็นอัยการสูงสุดของรัฐฟลอริดา เธอเอาแต่ปราบปรามการค้ามนุษย์รายกระจิริดกระจ้อยร่อย แต่ไม่แตะต้องคดีของเอปสตีนซึ่งเป็นการค้ามนุษย์รายใหญ่ของมหาเศรษฐีมีอิทธิพลเมื่อสังคมไม่พอใจนางบอนดีมากขึ้นเรื่อยๆ และความไม่พอใจนั้นกำลังจะพาดพิงอิงมาถึงทรัมป์ เรื่องอื่นทรัมป์ยังใช้ความกะล่อนเฉไฉอ้ายเอี้ยง บ่ายเบี่ยงไปได้ แต่เรื่องเอปสตีนนี่ มีทั้งภาพและเสียง บ่ายเบี่ยงยากโว้ย 2 เมษายน 2026 ได้เวลาเชือดบอนดีให้พ้นรัฐมนตรียุติธรรมคนที่ 87 ของสหรัฐฯ สิริเวลาวาสนาของบอนดีในฐานะเจ้ากระทรวงคือ 1 ปี 1 เดือน 28 วัน.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม