ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบหลายพื้นที่ทั่วโลก สายสัมพันธ์ระหว่าง ไทยและอิสราเอล ยังคงแน่นแฟ้น โดยเฉพาะความห่วงใยที่มีต่อกลุ่มแรงงานไทยซึ่งเปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญในภาคเกษตรกรรมของอิสราเอลและเพื่อเป็นการแสดงความระลึกถึงและยืนหยัดเคียงข้างผู้สูญเสีย “อโลนา ฟิชเชอร์—คัมม์” เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศ ไทย พร้อมคณะเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ และ นางนวนันทน์ เนติธนากุล รองเลขาธิการวุฒิสภา ได้ร่วมเดินทางเยือน จังหวัดหนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจครอบครัวแรงงานไทย 4 ราย ที่เสียชีวิตจากการโจมตีอย่างโหดเหี้ยมโดยกลุ่มก่อการร้ายฮามาส เมื่อ 7 ต.ค.2566การเดินทางครั้งนี้ ท่านทูตได้รับฟังเรื่องราว และความทรงจำอันมีค่าจากครอบครัวผู้สูญเสีย ได้แก่ ครอบครัวของ นายสุทธิศักดิ์ รินทลักษณ์ (ตัวประกันไทยคนสุดท้ายที่กลุ่มฮามาสส่งคืนมา) นายสนธยา อัครศรี, นายไกรสร อรัญถิตย์ และ นายธีรพงษ์ กลางสุวรรณ โดยคณะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้ว่าราชการจังหวัดและข้าราชการกระทรวงแรงงาน ในพื้นที่ ซึ่งร่วมแสดงความไว้อาลัยต่อผู้จากไปในเหตุการณ์อันน่าสลดใจนี้อย่างสุดซึ้งเจ้าหน้าที่แผนกกงสุลยังได้พูดคุยติดตามผลเพื่อให้มั่นใจว่า ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์เยียวยาจากรัฐบาลอิสราเอลอย่างสม่ำเสมอและครบถ้วนตามกฎหมาย เช่นเดียวกับครอบครัวเหยื่อชาวอิสราเอลทุกประการ ยืนยันว่ารัฐบาลอิสราเอลจะไม่ทอดทิ้งผู้มีส่วน สำคัญต่อประเทศก่อนจบภารกิจ ทูตอิสราเอลได้เน้นย้ำถึงความผูกพันระหว่างสองประเทศว่า “แรงงานชาวไทยมีบทบาทสำคัญยิ่งในภาคการเกษตรของอิสราเอล เราซาบซึ้งในความทุ่มเทของ พวกเขาเสมอมา ชาวอิสราเอลถือว่าแรงงานไทยเป็นเสมือนคนในครอบครัวใหญ่ของเรา เราขอร่วมแบ่งปันความเจ็บปวดและขอยืนเคียงข้างทุกคนด้วยความเคารพ ความสูญเสียในครั้งนี้จะยังอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป”.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม