จากกรณีกระทรวงสงคราม “เพนตากอน” สหรัฐฯได้เผยแพร่เอกสารยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศประจำปี 2569 แสดงเจตจำนงการฟื้นฟูสันติภาพด้วยกำลัง เพื่อยุคทองใหม่อเมริกานั้นนอกจากเรื่องมุมมองต่อจีนที่เขียนไปวันก่อนแล้ว ทางรัฐบาลสหรัฐฯยังอธิบายถึง “อิหร่าน” ด้วยเช่นกัน โดยระบุว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ย้ำเตือนอย่างชัดเจนว่าจะไม่อนุญาตให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และปฏิบัติการ “ค้อนเที่ยงคืน” (ทิ้งระเบิดอิหร่านวันที่ 22 มิ.ย.2568) ได้แสดงให้โลกเห็นแล้วกองทัพสหรัฐฯยังให้การสนับสนุนอิสราเอลต่อการป้องกันประเทศในช่วงเวลา “สงคราม 12 วัน” ซึ่งภาพรวมทั้งหมดนี้ได้ทำให้รัฐบาลอิหร่านอยู่ในสภาพอ่อนแอและมีช่องโหว่อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิหร่านยังคงมีท่าทีที่จะสร้างกองทัพขึ้นมาใหม่พร้อมยังแสดงท่าทีว่าจะครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ให้ได้ ซึ่งกรณีนี้เห็นได้จากการปฏิเสธเข้าร่วมการเจรจาต่างๆ สหรัฐฯไม่สามารถละเลยข้อเท็จจริงที่ว่าอิหร่านยังคงตั้งใจที่จะทำลายอิสราเอลพันธมิตรที่ใกล้ชิดของเรา ยังคงเป็นภัยคุกคามต่อทหารอเมริกันในภูมิภาค และขัดขวางสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคตะวันออกกลางกระนั้น โอกาสมากมายยังคงรออยู่เบื้องหน้า อิสราเอลได้แสดงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการป้องกันตนเอง โดยที่พึ่งพาความช่วยเหลือจากสหรัฐฯอย่างจำกัด ประเด็นนี้ถือเป็น “ตัวอย่าง” ของพันธมิตรที่เราต้องการ และอยากทำให้ดีขึ้นเพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ของกันและกันประธานาธิบดีทรัมป์ได้มีความพยายามครั้งประวัติศาสตร์ที่จะสร้างสันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะที่ชาติหุ้นส่วนในอ่าวเปอร์เซีย ก็มีความมุ่งมั่นเพิ่มขึ้นที่จะป้องกันตัวเองจากอิหร่านและเครือข่ายความมั่นคงของอิหร่านในภูมิภาคด้วยการซื้อระบบอาวุธยุทโธปกรณ์ จากสหรัฐฯ ซึ่งยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสให้หุ้นส่วนเหล่านี้สามารถยืนหยัดด้วยตัวเอง.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม