หนึ่งในข่าวใหญ่ระดับโลกเมื่อวันพุธที่ผ่านมาคือ เครนถล่มทับโบกี้รถไฟขบวนด่วนพิเศษกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ที่นครราชสีมา มีคนตาย 32 ราย หลังจากนั้นก็มีการวิจารณ์ถึงอุบัติเหตุในประเทศไทยที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งชาวเน็ตโยงเหตุการณ์ตึก 33 ชั้นของ สตง.ถล่ม เมื่อ 28 มีนาคม 2025 มาผสมกับข่าวเครนถล่ม ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 95 คน รวมทั้งลากเหตุการณ์เดือนพฤศจิกายน 2024 ที่เครนถล่มบนถนนพระรามสอง สมุทรสาคร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการก่อสร้างยกระดับทางทำให้มีคนตายอุบัติเหตุจากโครงสร้างขนาดใหญ่ เช่น เครนถล่ม รถไฟตกรางจากงานก่อสร้าง หรือตึกถล่ม ไม่ได้กระทบแค่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แต่กระทบชื่อเสียงของประเทศใน 4 มิติหลัก คือภาพลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือของระบบจัดจ้างรัฐ ความเชื่อมั่นนักลงทุนและสถาบันการเงิน และความเชื่อมั่นของประชาชนในประเทศคำถามที่ว่อนในโซเชียลมีเดียอยู่ในขณะนี้คือ นี่เป็นอุบัติเหตุหรือระบบจัดจ้างและการตรวจรับงานมีปัญหา ความถี่ของเหตุการณ์ทำให้นานาชาติสงสัยเรื่องการลดสเปก การเล่นพรรคเล่นพวก การเน้นราคาต่ำสุด และการตรวจสอบที่ไม่เป็นอิสระขณะที่เขียนบทความฉบับนี้ เรายังไม่รู้สาเหตุที่เครนถล่มทับโบกี้รถไฟขบวนด่วนพิเศษกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี แต่ชื่อเสียงของประเทศเสียหายป่นปี้กัดกร่อนชื่อเสียงของไทยบนเวทีโลก สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความรู้สึกชั่วคราว แต่เป็นชื่อเสียงถาวรของประเทศในด้านการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย คุณภาพ และลามไปกระทบชื่อเสียงของสินค้าและบริการโดยรวมของประเทศภาพจำของประเทศหรือ Country Reputation หรือแบรนด์ที่ขยายจากงานก่อสร้างไปสู่ทุกอย่างที่มาจากประเทศไทย ในทางเศรษฐศาสตร์เรียกว่า Country–of–Origin Effect ที่ผู้บริโภคในปัจจุบันใช้ชื่อเสียงของประเทศเป็นตัวกรองคุณภาพก่อนที่จะดูตัวสินค้าสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงในตลาดโลกคือ สินค้าไทยจะโดนเหมารวมเรื่องคุณภาพต่ำ แม้ว่าโรงงานใดโรงงานหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจะผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดี แต่จะยังถูกตั้งคำถามในเรื่องมาตรฐานในระดับประเทศ เมื่อส่งสินค้าหรือบริการไปขายในตลาดสากล จะถูกตรวจซ้ำ ตรวจถี่ ตรวจเข้ม ทำให้สินค้าและบริการของเรามีต้นทุนสูงกว่าคู่แข่ง บางตลาดอาจจะไม่รับสินค้าของเราเลย โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับความปลอดภัย อาหาร วัสดุ และเครื่องจักรผลกระทบต่อภาคบริการรุนแรงกว่าผลกระทบที่มีต่อสินค้า ลูกค้าต่างชาติอาจจะแขยงแขงขนไม่กล้าจ้างวิศวกรและผู้รับเหมาชาวไทย ที่จะกระทบต่อมาคือผู้ป่วยอาจจะลังเลเรื่องมาตรฐานของโรงพยาบาลและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทย งานบริการจับต้องไม่ได้ แต่ถ้าชื่อเสียงประเทศเสีย ความเชื่อใจก็จะหายไปทันทีหลายประเทศพังเพราะกฎหมายบังคับใช้ไม่ได้จริง การตรวจสอบไม่มีอิสระ มีแต่ระบบเล่นพรรคเล่นพวก ระบบคอร์รัปชันแทรกแซง เมื่อเกิดปัญหาไม่มีคนรับผิดชอบ ไม่มีคนถูกลงโทษ ไม่มีใครลาออก ประเทศมี Risk Premium หรือต้นทุนความเสี่ยงสูง ต้องใช้เวลาหลายสิบปีเพื่อจะกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาประเทศไม่ได้ล้มเพราะอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียว แต่ล้มเพราะปล่อยให้ระบบอ่อนแอซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากรัฐบาลยังมองปัญหาเป็นเรื่องเฉพาะหน้างาน หากองค์กรอิสระยังตรวจสอบแบบเก้ๆ กังๆ แบบเกรงใจ หากหน่วยกำกับยังเน้นงานเอกสารมากกว่าชีวิตและความสูญเสีย เราจะมีต้นทุนแฝงที่ต้องแบกไปอีกนานโลกไม่รอให้เราแก้ตัวหรือแก้ชื่อเสียง แต่โลกจะจดจำเหตุการณ์ที่บกพร่องของเราอย่างถาวร ประเทศที่มาตรฐานความปลอดภัยไม่น่าเชื่อถือจะถูกติดป้าย ‘เสี่ยงสูง’ อย่างอัตโนมัติ นักลงทุนจะคิดหนัก ผู้ซื้อจะตั้งแง่ ผู้บริโภคจะเลี่ยงสินค้าและบริการที่มาจากประเทศที่มีความบกพร่องซ้ำซากทราบว่าหลายหน่วยงานของไทยเตรียมออกแถลงการณ์ แต่ผมอยากเรียนนะครับว่า โลกตัดสินเราจากสิ่งที่เราทำ ไม่ใช่จากคำแถลง ถ้าเราไม่มุ่งมั่นรื้อระบบตรวจสอบอย่างเด็ดขาด พรุ่งนี้และวันต่อไป ประเทศของเราจะถูกจดจำในฐานะประเทศเสี่ยง ที่ไม่มีใครอยากจะมาเสี่ยงด้วยอีกต่อไป ความมีชื่อเสียงของประเทศที่มีมาตรฐานงานช่างและการก่อสร้างที่สูงในอดีต จะค่อยๆลดหายไป.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม