สองเดือนแล้วที่ผมไปงานศพแทบวันเว้นวัน ไม่ว่าในกรุงเทพฯ ตราด จันทบุรี กาญจนบุรี ฯลฯ สิ่งหนึ่งที่พบก็คือ คนทำบุญกับวัดน้อยลงมาก วัดจำนวนไม่น้อยมีปัญหาเตาเผาศพ ผนังภายในเตาที่บุด้วยอิฐหรือคอนกรีตทนไฟแตกร้าว หลุดร่อน หลายแห่งขดลวดความร้อนเสื่อม หรือแผงควบคุมอัตโนมัติชำรุดเศรษฐกิจไทยซบเซา+วิกฤติศรัทธาที่มีต่อวัด ทำให้วัดหลายแห่งไม่สามารถซ่อมแซมหรือบูรณะเตาเผาศพ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่แค่สำคัญ แต่เป็นเรื่องจำเป็นสำนักสงฆ์ป่าช้าบ้านด่าน–ตาไทย ต.สองชั้น อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีชุมชนรอบวัดประมาณ 100 หลังคาเรือน ยังไม่มี เตาและเมรุเผาศพ พระสมุห์ธวิชชา ปัญญานาโค จะวางศิลาฤกษ์สร้างเมรุ 20 กันยายน 2025 เชิญท่านที่อยู่ใกล้เคียงไปร่วมบุญ ท่านที่ไปไม่ได้ ร่วมบุญได้ที่บัญชี ธ.ก.ส. สาขาระกา อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ชื่อบัญชี ‘กองบุญซื้อเตาเผาศพและสร้างเมรุเผาศพ สำนักสงฆ์ป่าช้าบ้านด่านตาไทย’ เลขที่บัญชี 020231705553 ขออนุโมทนาบุญครับขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจในระดับโลกครั้งใหญ่ แต่ก่อนง่อนชะไร ประเทศส่วนใหญ่เชื่อฟังและมั่นคงกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยคิดว่าทั้งสหรัฐฯและดอลลาร์เป็นเสาหลักของมนุษย์บนโลก 8,000 ล้านคนสหรัฐฯในยุคที่ทรัมป์เป็นผู้นำเอาเปรียบ ขู่เข็ญ สร้างเงื่อนไขเพื่อบังคับด้านภาษีศุลกากร ฯลฯ ทำมากจนหลายประเทศเริ่มสอดส่ายสายตาหาทางออก และตัดสินใจรวมตัวกันค่อยๆเดินออกจากระบบสหรัฐฯและดอลลาร์อินเดียพยายามบาลานซ์เพื่อให้ประชากรเป็นพันล้านคนของตนเองอยู่ดีมีสุข แม้เป็นสมาชิกของกลุ่มบริกส์ (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้) แต่นายกรัฐมนตรีโมดีของอินเดียก็ยังเดินทางไปเยือนสหรัฐฯระหว่าง 12–15 กุมภาพันธ์ และประชุมทางการกับประธานาธิบดีทรัมป์ 12–13 กุมภาพันธ์ 2025 U.S.–India COMPACT ที่อินเดียและสหรัฐฯลงนามไว้แล้ว มีแผนทำกรอบ 10 ปีสำหรับความร่วมมือด้านกลาโหม รวมทั้งตั้ง Mission 500 เป็นเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคี 500 พันล้านดอลลาร์ภายใน ค.ศ.2030สหรัฐฯเห็นแก่ตัว ใครคบกับสหรัฐฯแล้ว ก็ห้ามคบกับคนอื่น อินเดียบากหน้าไปหาสหรัฐฯและสั่งซื้อสินค้าสหรัฐฯบานเบอะเยอะแยะ ขณะเดียวกันอินเดียก็ซื้อน้ำมันราคาถูกจากรัสเซีย ทรัมป์สั่งอินเดียให้เลิกซื้อพลังงานจากรัสเซีย ถ้าไม่เลิกซื้อ สหรัฐฯจะขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าจากอินเดียอีกร้อยละ 25 รวมเป็นร้อยละ 50 นอกจากนั้น ทรัมป์ยังปากเสีย กล่าวหาอินเดียว่าหนุนรัสเซียให้รุกรานอูเครนทรัมป์ปาเรื่องขึ้นภาษีศุลกากรใส่หัวนายกฯอินเดียแล้ว ก็รอให้อินเดียมากราบก้มประนมกรขอความเมตตาลดภาษีตอบโต้เพื่อแลกกับการหยุดซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ทว่าอินเดียไม่ใช่ประเทศกระจอกงอกง่อยที่จะทำตามคำบงการของทรัมป์ ผลลัพธ์กลับตรงข้ามกับที่ทรัมป์ต้องการ เกิดกระแสคว่ำบาตรสินค้าและบริการของสหรัฐฯในอินเดีย โดนทั้งแมคโดนัลด์ โคคา โคลา อะเมซอน และแอปเปิลมีการจัดชุมนุมเล็กๆทั่วทุกตรอกซอกมุมของอินเดียเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม 2025 เพื่อต่อต้านสินค้าและบริการอเมริกัน ในอดีต เราไม่ค่อยเห็นคนอินเดียรวมตัวกันต่อต้านสินค้าและบริการของต่างชาติรุนแรงอย่างนี้มาก่อนมีการปล่อยข่าวว่าอินเดียจะยกเลิกโครงการซื้อเครื่องบินสอดแนม P8I จากโบอิ้ง 8 ลำ เลิกซื้อยานเกราะสไตรค์เกอร์และขีปนาวุธต่อต้านรถถังแจฟลิน ฯลฯ งานนี้สหรัฐฯมีแต่เสียกับเสีย เพราะผลักอินเดียไปอยู่ในกลุ่มจีนและรัสเซียอย่างเต็มตัวอินเดียเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ ผลิตแล้วก็ส่งออกไปขายทั่วโลก (ไม่เฉพาะกับสหรัฐฯเท่านั้น) ผลกระทบจากภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ จึงมีบ้าง แต่อินเดียยังสามารถอยู่ได้ด้วยตลาดภายในของตัวเอง ที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬารถึง 1.46 พันล้านคน ยิ่งตอนนี้อินเดีย ‘ได้ใจ’ รัสเซีย จีน และบราซิล ซึ่งรวมทั้งหมด 1.77 พันล้านคน ถ้ารวมอินเดียเข้าไปด้วย นี่คือตลาดใหญ่ในโลก 3.236 พันล้านคน“ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว” คำกล่าวนี้สามารถนำมาใช้กับสหรัฐฯในยุคที่ทรัมป์เป็นประมุขของประเทศได้ครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม