นับตั้งแต่หนังสือสัญญาทางพระราชไมตรีระหว่างจักรวรรดิบริเตนกับราชอาณาจักรสยาม หรือ “สนธิสัญญาเบาว์ริง” เมื่อปี 2398 เป็นต้นมา สหราชอาณาจักรกับประเทศไทย ก็มีประวัติศาสตร์ร่วมกันมาตลอด และแน่นอนว่านับวันยิ่งจะมีความเข้มแข็งเพิ่มมากขึ้น“มาร์ค กูดดิ้ง” เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย กล่าวด้วยสายตาที่มั่นใจระหว่างการเปิดสถานทูตต้อนรับทีมข่าวต่างประเทศหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเข้าสัมภาษณ์ เนื่องในโอกาสที่ปีนี้เป็นห้วงเวลาสำคัญของการครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ“จริงๆแล้ว ผมไม่ได้เป็นนักการทูตมาตั้งแต่แรก ผมเริ่มอาชีพการงานจากเป็นครูสอนภาษาฝรั่งเศสและเยอรมัน อยู่บริษัทเวชภัณฑ์พักหนึ่งก่อนจะมาสายนี้เมื่อ 26 ปีก่อน ช่วงแรกรับผิดชอบเรื่องนโยบายสหภาพยุโรป ตามด้วยการได้รับโอกาสเป็นนักการทูตไปประจำในต่างแดน จีน ศรีลังกา กัมพูชา และประเทศไทยในที่สุด”มาประจำที่นี่มีอะไรให้ตกใจหรือไม่ ผมไปเห็นมาหลายที่ ทำงานมาหลายอย่าง และใช้เวลาอยู่ในภูมิภาคนี้เป็นเวลาหลายปี เดินทางมาประเทศไทยก็หลายต่อหลายครั้ง ไม่มีอะไรให้ช็อกเลยครับ ความรู้สึกที่ได้รับคือคนไทยกับคนอังกฤษมีอะไรที่เกี่ยวดองกัน เรามีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีระบบการปกครองที่คล้ายคลึงกัน มีขนาดประเทศใกล้เคียงกัน จำนวนประชากรไม่ต่างกันมากนักคนไทยพร้อมให้ความเป็นมิตร การใช้ชีวิตอยู่ในไทยเป็นอะไรที่มีความสุขมากๆ และไม่แปลกที่ไทยกลายเป็นจุดมุ่งหมายของการท่องเที่ยวของชาวอังกฤษ เดินทางมาที่นี่ปีละมากกว่า 1 ล้านคน“ซอฟต์พาวเวอร์” ระหว่างสองเราถือว่ามีประสิทธิภาพอย่างมาก บ่อยครั้งที่รัฐบาลอังกฤษแทบไม่ต้องทำอะไรเลย ห้วงเวลาที่สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จสวรรคต หรือพิธีราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 นั้น มีคนไทยจำนวนมหาศาลต่างร่วมส่งแรงใจและความปรารถนาดี กันเข้ามาอย่างล้มหลาม ไม่ใช่ทุกประเทศที่จะเป็นเช่นนี้ได้ และผมบอกเลยว่า ไม่มีที่ไหนในประเทศไทย ที่จะไม่เจอแฟนพรีเมียร์ลีก พอถามเรื่อง 007 เจมส์ บอนด์ คนต่อไป ทูตกูดดิ้งหัวเราะ นั่งคิดอยู่นาน และตอบว่าลองเดวิด เบคแคมไหม?ในมุมมองของผมคำว่าซอฟต์พาวเวอร์ ไม่ได้มาจากสิ่งที่รัฐบาลทำ แต่มาจากเนื้อแท้ของสังคม การมีสังคมที่พร้อมจะคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ซึ่งทำให้เกิดนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ คุณภาพการศึกษาที่ยอดเยี่ยม แนว ทางดนตรีใหม่ ซอฟต์พาวเวอร์คือ “คุณค่า” คือความเป็น “ตัวตน” ของเรา มันเป็นเรื่องของการมีอิทธิพลโดยที่ไม่ต้องไปบังคับใคร เป็นเรื่องของพลังในการดึงดูด พลังในการโน้มน้าวความสนใจของผู้คน เดินรอยตามในสิ่งที่คุณทำผมคิดว่าการที่คนอังกฤษข้ามน้ำข้ามทะเลหลายพันไมล์เดินทางมาประเทศไทย ก็เพราะว่าอยากจะเรียนรู้วัฒนธรรมไทยที่ต่างจากอังกฤษ อยากเรียนรู้ศาสนาพุทธ อยากเรียนรู้วิถีชีวิตของคนไทย และประเทศไทยเองก็ประสบความสำเร็จในการนำเสนอตัวเอง จนมีชื่อเสียงในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างที่กล่าวไปทีแรกครับว่า การที่เราได้เฉลิมฉลองประวัติศาสตร์ร่วมกันมา ยังถือเป็นโอกาสให้เราสองได้ “มองอนาคตร่วมกัน” มีหลายด้านที่อังกฤษและไทยจะได้ผลประโยชน์จากการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากปี 2567 ที่สหราชอาณาจักรได้กลายเป็นประเทศแรกในยุโรปที่ไทยประกาศยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์อย่างเป็นทางการนอกจากความสัมพันธ์ทางความมั่นคงใจที่เข้มแข็งแล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือเรื่องของเศรษฐกิจและการค้า เราจำเป็นต้องทำงานร่วมกันในภาคที่จะช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจสีเขียว เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ นวัตกรรมด้านสาธารณสุขเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ และทั้งหมดนี้เราจำเป็นต้องมีโครงสร้างด้าน “ดิจิทัล” ที่แข็งแกร่ง หรือมีการใช้ระบบ “ปัญญาประดิษฐ์” มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้นในเวลาที่สั้นลงโอกาสในตอนนี้มีอยู่มากมาย หากอังกฤษและไทยสามารถเป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรมทางดิจิทัลหรือทางเทคโนโลยีได้ ย่อมมีผลประโยชน์ที่ตามมามากมายมหาศาล แต่อย่างที่ถามมาว่าก่อนจะไปถึงจุดนั้น ยังมีด่านที่ต้องเคลียร์กัน แม้ความเห็นจากภาคธุรกิจที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยจะเป็นเชิงบวก แต่ยังมีเรื่องที่ติดขัดคือ ปัญหาเรื่องกระบวนการขออนุมัติต่างๆที่มีหลายขั้นตอน และยังไม่เป็นดิจิทัลทั้งหมดเราควรตั้งคำถามกันว่า กฎระเบียบข้อบังคับแบบไหนที่จะช่วยให้การทำธุรกิจง่ายขึ้น ไทยเป็นประเทศที่มีจุดแข็งเยอะ และไม่แปลกที่จะมีบริษัทสัญชาติอังกฤษเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก เอชเอสบีซี พรูเดนเชียล สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ ไทรอัมพ์มอเตอร์ไซเคิลส์ แอสตราเซเนกา จีเอสเค ยูนิลิเวอร์ ไปจนถึงสถาบันที่ปรึกษาด้านการศึกษาเรียนต่อต่างๆ นี่ยังไม่รวมถึงบรรดาบริษัทชื่อดังจากประเทศอื่นๆกลุ่มธุรกิจที่อยากจะเข้ามาลงทุนจะดูปัจจัยหลักๆ ไม่ว่าความยืดหยุ่นของกฎเกณฑ์ เรื่องวีซ่า หลักเกณฑ์สัดส่วนการถือครองหุ้น ทักษะของแรงงาน และค่าจ้างแรงงาน ซึ่งหากอิงจากปัจจัยเหล่านี้แล้ว ประเทศไทยถือว่ามีความน่าดึงดูดอยู่หลายด้าน ทั้งมีการผูก “คอนเนกชัน” ที่ยาวนานกับบรรดาธุรกิจข้ามชาติยักษ์ใหญ่แต่ไม่ควรลืมว่า สภาพแวดล้อมขณะนี้เต็มไปด้วยการแข่งขัน ประเทศอื่นๆในภูมิภาคต่างพากันแสดงด้วยว่า มีจุดเด่นที่เหมือนไทยหรือดียิ่งกว่าไทย เห็นได้ชัดคืออินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม ด้วยเหตุนี้ Unique Strengths จุดแข็งเฉพาะตัวของไทยคืออะไร เป็นเรื่องที่ต้องหาคำตอบและไปให้ไกลกว่าคนอื่น ซึ่งสหราชอาณาจักรก็จะทำเช่นนั้นไปพร้อมกับไทย.ทีมข่าวต่างประเทศอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่