ในภารกิจอะพอลโล 17 ขององค์การนาซา สหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ.2515 เป็นภารกิจสุดท้ายที่มนุษย์ไปเดินบนดวงจันทร์ ซึ่งแฮร์ริสัน ชมิตต์ และยูจีน เคอร์แนน สองนักบินอวกาศสหรัฐฯ ได้เก็บตัวอย่างดินและหินจากดวงจันทร์ได้ประมาณ 110.4 กิโลกรัม กลับมายังโลกเพื่อการศึกษาวิจัยต่อไป ก่อนหน้านี้มีสมมติฐานถึงการก่อตัวของดวงจันทร์คือ ในช่วงแรกของประวัติศาสตร์ระบบสุริยะที่แสนปั่นป่วนวุ่นวาย ว่ามีวัตถุขนาดเท่าดาวอังคารที่เรียกว่าธีอา (Theia) พุ่งเข้าชนโลกในยุคดึกดำบรรพ์ ทำให้หินหลอมเหลวที่ระเบิดกระเด็นออกสู่อวกาศ และได้ก่อตัวเป็นเศษจานฝุ่นที่โคจรรอบโลก จากนั้นเศษฝุ่นหินเหล่านั้นก็รวมตัวกันเป็นดวงจันทร์ขึ้นมา แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของการก่อตัวก็ยากที่จะระบุชี้ชัดได้ ทว่าล่าสุดนักจักรวาลวิทยาจากพิพิธภัณฑ์ฟิลด์ และมหาวิทยาลัยชิคาโก ในนครชิคาโก สหรัฐฯ เผยผลวิจัยใหม่เกี่ยวกับตัวอย่างบนดวงจันทร์ที่ถูกรวบรวมและนำมายังโลกเมื่อ 51 ปีที่แล้ว ทีมมุ่งตรวจเอกซเรย์อะตอมของผลึกแร่เซอร์คอนหรือเพทายภายในชิ้นส่วนของหินนอไรต์ (norite) ที่ชมิตต์รวบรวมมา เมื่ออิงจากการวิเคราะห์ผลึกเพทาย นักวิทยาศาสตร์ก็ระบุว่าดวงจันทร์มีอายุมากกว่าที่คิดไว้ประมาณ 40 ล้านปี โดยก่อตัวเมื่อ 4,460 ล้านปีก่อน ซึ่งการประมาณการก่อนหน้านี้ระบุว่าดวงจันทร์ซึ่งเกิดจากการชนกันของวัตถุท้องฟ้าครั้งใหญ่ มีอายุ 4,425 ล้านปี ทั้งนี้ ดวงจันทร์โคจรรอบโลกด้วยระยะทางเฉลี่ยประมาณ 385,000 กิโลเมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3,475 กิโลเมตร.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่