14 กันยายน 2022 วุฒิสภาสหรัฐฯอนุมัติร่าง พ.ร.บ.นโยบาย ไต้หวัน 2022 ร่างกฎหมายของรัฐสภาสหรัฐฯฉบับนี้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้กำลังทหารของสหรัฐฯในภูมิภาคไต้หวัน หมายความว่าต่อไปในอนาคต สหรัฐฯสามารถแทรกแซงกิจการภายในของจีนได้ ถ้าสหรัฐฯทำได้โดยที่ประเทศอื่นไม่กล้าต่อกรด้วย ต่อไปก็ไม่มีใครเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายฯมีไว้ให้ประเทศเล็กปฏิบัติตาม ส่วนประเทศใหญ่อย่างสหรัฐฯ รัสเซีย จีน อินเดีย ฯลฯ จะทำยังไงกับโลกก็ได้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ทำให้แต่ละประเทศต้องหันมาสะสมอาวุธ แทนที่จะนำภาษีไปใช้ในการสร้างถนนหนทาง กลับต้องเอามาใช้ใน การแข่งขันด้านอาวุธเพื่อป้องกันตัวเองและข่มขู่ผู้อื่น ส่วนประเทศเล็กชาติน้อยที่ไม่มีปัญญาพัฒนาอาวุธ ก็ต้องวิ่งไปซุกปีกชาติใหญ่เพื่อให้ได้รับการคุ้มครอง ต่อไปประเทศใหญ่จะตักตวงทรัพยากรของประเทศบริวารไปให้คนในประเทศของตนบริโภคมากเท่าใดก็ได้ ส่วนไอ้ประเทศเล็ก ขืนเอ็งมากล้าหืออือ ข้าไม่คุ้มครองเอ็ง เอ็งจะลำบากนะโว้ยโลกกำลังจะหมุนกลับไปเหมือนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สหรัฐฯและสหภาพโซเวียตแบ่งกันปกครองโลกและมุ่งขยายจักรวรรดิ เพื่อป้องกันตนเองจากฝ่ายตรงข้าม จนมาถึงยุคประธานาธิบดีนิกสัน แกฉุกคิดได้ว่า อ้า สหรัฐฯไม่อาจทำหน้าที่เป็นผู้บงการชาติเสรีได้ทุกแห่ง คนอเมริกันทำงานเหนื่อยแทบตาย กลับต้องเอาภาษีไปจ่ายเพื่อรักษาความเป็นผู้นำโลก ผู้คนของไอ้ประเทศเล็กชาติน้อยทั้งหลายนี่ บางแห่งก็ไม่ขยันทำงานหาเงิน เจอกันแต่ละที มีแต่จะแบมือขอเงินช่วยเหลือ บางประเทศขอแล้วขออีก ทำตัวเป็นประเทศขอทาน “ถ้าสหรัฐฯไม่ให้ เราจะไปอยู่กับโซเวียต”นิกสันและคณะปกครองของสหรัฐฯตระหนักถึงความจริงแท้แน่นอนว่า โลกควรจะมีเจ้านายหลายประเทศ ที่จะแบ่งหน้าที่กันเข้าไปปกครองดูแลประเทศเล็กชาติน้อยทั้งหลายที่ไม่พร้อม เพื่อโลกจะได้ไม่เป็นภาระของสหรัฐฯแต่เพียงชาติเดียวดุลอำนาจที่นิกสันและคนระดับมันสมองของสหรัฐฯวางกันไว้ในตอนนั้นเป็น Rolling Plan แผน 50 ปี สหรัฐฯแปลนให้โลก ใบนี้มีประเทศเจ้านายได้ 5 กลุ่ม คือ สหรัฐอเมริกา สหภาพโซเวียต สาธารณรัฐประชาชนจีน ยุโรปตะวันตก และญี่ปุ่นคิดได้ดั่งนี้แล้ว ประธานาธิบดีนิกสันก็ให้นายเฮนรี คิสซิงเจอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศ ปูทางด้วยการไปสร้างความสัมพันธ์กับจีนโดย การใช้คณะปิงปองไปแข่งขันเมื่อเดือนเมษายน 1971 หลังจากนั้นในเดือนกุมภาพันธ์ 1972 ประธานาธิบดีนิกสันก็เดินทางไปเยือนจีนด้วยตนเอง ต่อมาจีนและสหรัฐฯก็ร่วมกันประกาศแถลงการณ์เซี่ยงไฮ้ข้อ 3 ของแถลงการณ์ที่ประกาศร่วมกันมีข้อใหญ่ใจความว่า สหรัฐฯยอมรับว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนและจะค่อยๆลดกำลังทางการทหารออกจากไต้หวันให้สิ้นหลังจากดูใจกันนานถึง 6 ปี สหรัฐฯและจีนก็สถาปนาการทูต กันอย่างเป็นทางการเมื่อ ค.ศ.1979 สำนักงานติดต่อชั่วคราวที่ตั้งไว้ใน ค.ศ.1973 ก็เปลี่ยนสถานะเป็นสถานเอกอัครราชทูตถาวร หลังจากนั้นสหรัฐฯและจีนก็ร่วมกันพัฒนาโลก มีการแลกเปลี่ยนการค้าขาย ผู้คนของสองประเทศก็ไปมาหาสู่กันอย่างเสรี ไต้หวันเองก็ดูเหมือนจะรู้ซึ้งถึงนโยบายใหม่ของประเทศเจ้านาย ไต้หวันก็ปฏิบัติตัวน่ารัก รู้จักสงบเสงี่ยมเจียมตัว หันไปมุ่งการทำมาค้าขายและพัฒนาตนจนกลายเป็นมหาอำนาจด้านอุตสาหกรรมมีสมาชิกสภาคองเกรสบ้าๆ บอๆ หลายคนเสนอร่างพระราชบัญญัติทิเบตบ้าง ร่างพระราชบัญญัติมองโกเลียในบ้าง ร่างพระราชบัญญัติซินเจียงบ้าง และอีกมากมายหลายร่างพระราชบัญญัติ เพื่อให้มีการประกาศเอกราชแยกแผ่นดิน หรือเพื่อมุ่งสร้างความยุ่งยากให้จีน แต่ก็ไม่มีเพื่อนสมาชิกเอาด้วย ร่างบ้าบอคอแตกพวกนั้น จึงตกไปในชั้นการพิจารณาว่าควรจะบรรจุไปในวาระหรือไม่สถานการณ์จีนกับสหรัฐฯสงบมาได้ตาม Rolling Plane แผน 50 ปี (ค.ศ.1972-2022) เมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2022 ที่ผ่านมา สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯก็อนุมัติร่างพระราชบัญญัตินโยบายไต้หวัน 2022 เมื่อใดที่กฎหมายฉบับนี้ถูกนำมาประกาศใช้ สถานการณ์ระหว่าง ประเทศจะกลับไปแข่งขันกันอย่างรุนแรงเหมือนเมื่อ 50 ปีก่อน.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com