เรารู้จัก “ลานีญา” (La Niña) มานานแล้ว โดยรู้กันว่าเป็นปรากฏการณ์ที่กลับกันกับ “เอลนีโญ” (El Niño) ซึ่งปรากฏการณ์ทั้ง 2 แบบต่างมีอิทธิพลต่อสภาพภูมิอากาศของโลก “ลานีญา” หมายถึง การเย็นตัวลงของอุณหภูมิพื้นผิวในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและทางตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก จะเกิดขึ้นทุกๆ 2-7 ปี สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่ออุณหภูมิโลก กระแสลม กระแสน้ำอุ่น เกิดความแปรปรวน ก่อเกิดภาวะแห้งแล้ง และฝนตกหนักตามลำดับเมื่อเร็วๆนี้ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกแห่งสหประชาชาติ (WMO) ระบุว่า มีโอกาส 70% ที่เหตุการณ์ลานีญาจะยืดเยื้อไปแบบไม่ขาดตอน นับตั้งแต่เดือน ก.ย.2563 ไปจนถึงเดือน ส.ค.ของปีนี้...โดยเป็นการคาดการณ์ว่า “เป็นอย่างน้อย” นอกจากนี้ การคาดการณ์ระยะยาวนำเสนอว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจยังคงมีอยู่ต่อเนื่องในปี 2566นักวิทยาศาสตร์กำลังเฝ้าดูพื้นที่ในมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีอากาศเย็นผิดปกติ โดยเฉพาะไม่กี่วันมานี้ ผู้เชี่ยวชาญในสหรัฐ อเมริกาออกโรงเตือนว่า ออสเตรเลียอาจเผชิญกับฝนตกหนักอีกครั้ง โดยน่าจะเชื่อมโยงกับปรากฏการณ์ลานีญาที่เรียกว่า “Triple La Niña” ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นมาเป็นเวลาเกือบ 22 ปีแล้ว โดยครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นก็คือ ตั้งแต่ปี 2541-2544 ผลวิจัยชี้มีความน่าจะเป็นสูงถึง 62% ที่ลานีญาจะดำเนินต่อไปในเดือน มิ.ย. และ ส.ค.โดยออสเตรเลียจะเผชิญกับฝนที่ตกสูงกว่าค่าเฉลี่ยอีกรอบและระบุว่าน้ำอาจท่วมในรัฐนิวเซาท์เวลส์และควีนส์แลนด์ ขณะที่ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็อาจเกี่ยวข้องกับปรากฏ การณ์นี้เช่นกันดร.ไมค์ แมคฟาเดน นักวิทยาศาสตร์ระดับอาวุโสขององค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NOAA) เผยว่า ปรากฏการณ์ลานีญามักมาเป็นคู่ แต่สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปบ่งชี้ว่า ครั้งที่ 3 กำลังจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะเกิดขึ้นในปีนี้ขณะที่นายเพทเตอรี ตาลาส เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ได้ขยายผลกระทบของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และปรากฏการณ์ลานีญากำลังมีอิทธิพลต่อรูปแบบสภาพอากาศของโลกมากขึ้นมนุษย์คงต้องผจญกับความร้อนและความแห้งแล้งที่ดูจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เช่น เผชิญความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องของไฟป่าไม่ต่างจากการเผชิญปริมาณน้ำฝนและน้ำท่วม...เป็นเรื่องท้าทายที่ต้องรับมือ.ภัค เศารยะ